ตายไปแล้วจริงๆท้ายที่สุด เขาก็ไม่อาจฉีกมันทิ้งได้แต่ไหนแต่ไร หลินถิงเคยฝากจดหมายให้เขาบ้างประปราย ทว่า…นี่คือฉบับสุดท้ายแล้ว และหลังจากนี้ เขาจะไม่มีวันได้อ่านจดหมายที่นางเขียนอีก จินอันไจ้รู้ตัวเช่นนี้ หัวใจก็พลันหนักอึ้ง พูดไม่ออกทันใดนั้น ต้วนหลิงเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ “หากข้าประสงค์จะดูภาพทั้งหมดในวันนี้เล่า?”จินอันไจ้มิได้หลบตา ตอบกลับด้วยความหนักแน่น “ข้าคิดว่า หากหลินเล่ออวิ๋นยังมีวิญญาณรับรู้บนฟากฟ้า นางย่อมไม่พอใจเป็นแน่ ท่านต้วนเองก็คงมิปรารถนาให้นางไม่พอใจหรอกกระมัง”นี่คือถ้อยคำที่หลินถิงกำชับให้เขาพูดไว้ต้องยอมรับว่านางรู้จักต้วนหลิงดีนัก ราวกับสามารถคาดเดาได้ล่วงหน้าว่าเขาจะเอ่ยสิ่งใด ทำสิ่งใด จึงเตรียมการรับมือไว้แต่แรก แต่ไม่อาจรู้ได้ว่าต้วนหลิงจะยอมเปลี่ยนใจหรือไม่จินอันไจ้ใจเต้นระส่ำ เขาไม่อยากให้ระหว่างพวกเขาเกิดการขัดแย้ง เพราะย่อมเป็นสิ่งที่หลินถิงไม่ปรารถนาเห็นแน่ดวงอาทิตย์คล้อยต่ำ แสงลับเลือนหาย ความมืดหม่นคืบคลานกลืนเงามนุษย์หายลับไปในรัตติกาล ต้วนหลิงก้มมองเงาตนบนพื้น พลันหัวเราะแผ่วเบา ทว่าการหัวเราะนั้นหาได้แต่งแต้มความอบอุ่นในดวงตาไม่ “เช่นนั้น…ต่อจากนี้ข้าก็ขอรบกวนคุณชายจิน นำภาพมาให้ข้าทุกวันเถิด”จินอันไจ้ไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นรอยยิ้มจากเขา แม้ภายนอกดูปกติ ทว่าเมื่อคิดถึงความจริงที่หลินถิงเพิ่งสิ้นลมไม่กี่วัน ในขณะที่ทุกคนยังร่ำไห้โศกเศร้า เขากลับสามารถหัวเร