อมประจักษ์แล้วครั้นคิดถึงตรงนี้ องค์หญิงไต้หยางหันสายตาไปยังทิศทางที่หลินถิงยืนอยู่ พอดีสบตานางเข้า พระนางรีบเก็บงำอารมณ์ภายใน ยกยิ้มเล็กน้อยอย่างสง่างาม ด้วยความเย่อหยิ่งในใจ ไม่อาจให้ใครเห็นความอิจฉาออกมาได้ หลินถิงจึงละสายตา หันกลับมาเมื่อถึงคราวต้องเขียนคำอธิษฐานลงบนผ้าแดงสำหรับแขวนบูชา บ่าวไพร่ก็นำผ้าแดงส่งให้ผู้มาร่วมพิธีทุกคนหลินถิงรับผ้าแดงนุ่มมือมากำไว้ ครุ่นคิดว่าจะเขียนสิ่งใดลงไปดีวันนี้พิธีจัดขึ้นเพื่ออธิษฐานให้นางโดยเฉพาะ ทุกคนย่อมเขียนคำขอให้หลินถิงหายป่วยกลับมาแข็งแรงดังเดิม แต่ตัวนางเองหาได้อยากเขียนเช่นนั้น เพราะนางมิได้ป่วยจริงต้วนหลิงก้มลงมองผ้าแดงในมือตนคำอธิษฐาน?สิ่งเหล่านี้…เป็นเพียงพิธีกรรมไร้ความหมาย เขากำผ้าแน่นจนยับ แล้วค่อยคลายออก ลูบมันให้เรียบดังเดิมเฝิงฮูหยินให้หลี่จิงชิวเขียนก่อน เพราะนางคือมารดาของหลินถิง หลี่จิงชิวก้าวขึ้นไปเบื้องหน้า ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงค่อยเขียนลง แม้นางมิได้ร่ำเรียนหนังสือมากนัก ลายมือโดยปกติมิได้งดงาม แต่ครานี้กลับเขียนได้อย่างงดงามเป็นระเบียบ สะอาดสะอ้านเมื่อเขียนเสร็จ หลี่จิงชิวถือผ้าแดงไว้ทั้งสองมือ เดินขึ้นบันไดไม้ไปผูกยังกิ่งไม้เปลือยเปล่าของต้นไม้ใหญ่ด้วยสีหน้าศรัทธาเลื่อมใสอย่างสุดหัวใจไม่นานก็มาถึงคราวของหลินถิง นางมิได้ลังเลนัก เพียงก้มหน้าลงเขียนข้อความสองสามคำอย่างรวดเร็ว บ่าวไพร่เห็นดังนั้นจึงยื่นมือจะช่วย เพราะน