ชักหยิบสายแพรหลากสีออกมาอีกหลายเส้น จากนั้นก็เปิดกล่องอัญมณี เลือกเครื่องประดับสองสามชิ้นวางลงบนโต๊ะ นับเป็นการยอมรับโดยปริยายว่าให้อีกฝ่ายเกล้าผมให้ต้วนหลิงก้มหน้าตั้งใจเกล้าผมให้นางอย่างเงียบเชียบ บ่าวไพร่ยกสำรับเช้าเข้ามาอย่างไม่ส่งเสียง วางเสร็จแล้วรีบถอยไป ทุกคนล้วนทราบกันทั้งจวนว่าหลินถิงล้มป่วยด้วยโรคประหลาด เหลือเวลาอีกไม่นานนัก อันว่าข่าวดีมักไม่เล็ดลอด แต่เรื่องร้ายกลับแพร่ไปไกลพันลี้หลินถิงหาใช่ไม่รู้ว่าบรรยากาศในเรือนเปลี่ยนไปเพราะตนเอง เพียงแต่ยามนี้นางไม่อาจทำสิ่งใด จึงทำเสมือนมิได้ใส่ใจเมื่อเกล้าผมเสร็จ ต้วนหลิงยังเป็นผู้หยิบชุดกระโปรงยาวสีเหลืองอ่อนออกมาให้นางเปลี่ยน ครั้นหลินถิงแต่งตัวเรียบร้อย เขาจึงไปจัดการแต่งกายของตนเอง ทั้งสองกำลังจะเริ่มมื้อเช้า ทว่าท่านต้วนผู้เฒ่ากลับก้าวเข้ามาหา เอ่ยว่ามีเรื่องอยากสนทนากับต้วนหลิงต้วนหลิงจึงพาหลินถิงออกไปพบ เมื่อเห็นบุตรชายพาหลินถิงติดตามมาด้วย ท่านต้วนผู้เฒ่าก็ถึงกับชะงักไปเล็กน้อย ได้ยินมาว่าช่วงนี้ไม่ว่าต้วนหลิงไปที่ใดก็จะพานางไปด้วย แต่ไม่คาดคิดว่าจะถึงขั้นเช่นนี้ แม้แต่ตอนมาพบกันในเรือนของตน ก็ยังต้องพานางมาด้วยเขามีบางเรื่องที่ไม่สะดวกเอ่ยต่อหน้านาง จึงอดรู้สึกอึดอัดใจอยู่ครู่หนึ่ง ทว่าต้วนหลิงกลับทำเสมือนมิได้สังเกตเห็นเพียงเอ่ยเสียงราบเรียบ “ท่านพ่อ”ฝ่ายหลินถิงหาได้เอ่ยคำใด ตั้งแต่รู้ความจริงว่าท่านต้วนผู้เฒ่ายื่นบุ