ตรชายให้เป็น “ยาเหริน” นางก็เอื้อนเอ่ยคำว่าท่านพ่อออกจากปากไม่ได้อีกเลยท่านต้วนผู้เฒ่าก็มิได้ใส่ใจนัก เขาสั่งให้บ่าวไพร่ที่อยู่ในลานออกไปให้หมด แล้วเปิดปากถามทันที “เจ้ารู้หรือไม่ ว่าโหวเซ่ออันสมคบคิดกับกบฏ?”เรื่องนี้มิใช่เรื่องเล็กน้อย ไม่นานมานี้เอง ข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงว่าโหวเซ่ออันและเซี่ยจื่อม่อได้เปิดประตูเมืองอันเฉิงต้อนรับกองทัพกบฏ ยอมเข้าร่วมกับพวกมันฮ่องเต้เจียเต๋อเองก็เพิ่งโศกเศร้าเพราะการสิ้นพราชนม์ของฮองเฮา ครั้นได้ข่าวว่าโหวเซ่ออันทรยศ ก็ทั้งโกรธทั้งเศร้าจนล้มป่วย ไม่อาจฟื้นกาย ปัจจุบันต้องให้รัชทายาทว่าราชการแทนฝ่ายกบฏได้โหวเซ่ออันเข้าร่วม ก็เปรียบดังเสือติดปีก กรีธาทัพตรงมุ่งสู่เมืองหลวง อาศัยเหตุผลว่ามีเทพประจำเมืองอันเฉิงปรากฏกายขึ้นมา อ้างว่าเป็นการปฏิบัติตามเจตจำนงแห่งสวรรค์ในการโค่นล้มแคว้นต้าเหยียน ทำให้การกบฏครั้งนี้ดูมีเหตุผลชอบธรรมยิ่งขึ้นบัดนี้แผ่นดินต้าเหยียนเปรียบเสมือนไข่ในรังนก อันตรายถึงขั้นล่มสลาย หากเป็นเมื่อก่อน ท่านต้วนผู้เฒ่ายังพอมีสติคิดหาหนทางรับมือ แต่บัดนี้กลับทำไม่ได้ต้วนหลิงหาได้มีปฏิกิริยาหนักหนาเพียงใด เพียงตอบอย่างเฉื่อยชา “รู้หรือไม่รู้ ก็แล้วจะเป็นเช่นไรเล่า”ท่านต้วนผู้เฒ่าทนไม่ไหว เผลอแสดงโทสะออกมาต่อหน้านางทันที “หากเจ้ารู้อยู่แล้ว ก็เท่ากับปิดบังเบื้องบนเจ้าเหตุใดจึงกล้ากระทำตามอำเภอใจเช่นนี้!” หากในวันนั้นเขาไม่เก็บเรื่อง