นี้ไว้แล้วรีบกราบทูลฮ่องเต้เจียเต๋อ อาจยังมีทางแก้ไขเช่นนั้นแล้ว ด้วยความที่ฮ่องเต้ยังทรงระลึกถึงความภักดีของสกุลต้วน ก็เป็นไปได้ว่าจะยอมมอบวิธีการทำให้ผู้เป็น “ยาเหริน” กลับคืนสู่สภาวะปกติแก่พวกเขาท่านต้วนผู้เฒ่ายิ่งคิดก็ยิ่งโกรธ ต้วนหลิงช่วยผูกสายผ้าคลุมบ่าของหลินถิงให้แน่น ไม่แม้แต่จะเงยหน้ามอง เอ่ยเสียงราบเรียบว่า “แล้วจะเป็นไรไป”หลินถิงเพียงนั่งฟังอย่างเงียบงัน มิได้แทรกวาจาใดต่อให้ท่านต้วนผู้เฒ่าเคยชินกับท่าทีเย็นชาของต้วนหลิงมานานนัก ครั้นได้ยินคำพูดเช่นนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะเดือดดาล“ต้วนจื่ออวี่!”ทว่าต้วนหลิงกลับไม่ไหวติง “หากวันนี้ท่านมาเพียงเพื่อกล่าวถึงเรื่องนี้ เช่นนั้นก็โปรดกลับไปเถิด เราสองยังมิได้ทานอาหารเช้าเลย”ท่านต้วนผู้เฒ่าขมวดคิ้ว “ข้า…”ในยามนั้นเอง สาวใช้ของเฝิงฮูหยินเดินเข้ามาอย่างเร่งรีบ ก้มกายคารวะแล้วกล่าว “นายท่านเจ้าคะ ฮูหยินให้มาตามไปพบเจ้าค่ะ”ท่านต้วนผู้เฒ่ากล้ำกลืนโทสะลงในอก รู้ดีว่าเฝิงฮูหยินจับตามองตนทุกฝีก้าว ยามเห็นเขากำลังจะระเบิดโทสะใส่ต้วนหลิง ก็ส่งคนมาตัดบททันที “ข้ารู้แล้ว อีกประเดี๋ยวจะไป”แต่สาวใช้หาได้ถอยไม่ ยืนอยู่ตรงนั้นพลางกล่าวย้ำ “ฮูหยินให้ท่านไปตอนนี้เจ้าค่ะ”ท่านต้วนผู้เฒ่าย่อมรู้ดี ว่าสตรีผู้นั้นแม้ภายนอกดูอ่อนโยน ทว่าแท้จริงเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น ไม่อาจขัดได้สุดท้ายจึงจำต้องติดตามสาวใช้ไปพบ ก่อนจากยังหันมากล่าวกับหลินถิง น้ำเสียงอ่อนลงเล็