็มไปด้วยความประหลาดใจ “องค์หญิง…พระองค์……”องค์หญิงไต้หยางก้าวขึ้นบันได สายตาเหลือบไปยังร่างของจินอันไจ้ที่ยืนเบื้องหลังหลินถิงก่อน แล้วจึงหันกลับมาสบตานาง “ที่จริงวันนี้ เปิ่นกงมาเพื่ออธิษฐานให้เจ้า หวังว่าเจ้าจะหายวันหายคืน”หลินถิงรับรู้ถึงบรรยากาศนั้น จึงแอบเหลียวมองจินอันไจ้เพียงครู่ ก่อนรีบหันกลับมาไม่ให้ใครทันสังเกต “องค์หญิงทรงมีน้ำพระทัย หม่อมฉันซาบซึ้งยิ่งนัก ขอคารวะด้วยใจ”จินอันไจ้หาได้เอ่ยวาจาอีก ไม่พูดสิ่งใดออกมา ส่วนต้วนหลิงก็มิใช่ผู้ชอบก้าวก่ายเรื่องของผู้อื่น แม้สังเกตได้ว่าระหว่างจินอันไจ้กับองค์หญิงไต้หยางนั้นดูผิดแผกอยู่บ้าง เขาก็หาได้ใส่ใจ ไม่คิดยื่นมือเข้าไปข้องเกี่ยวหลินถิงยกชายกระโปรงเดินนำเข้าไปข้างใน “องค์หญิง เชิญตามหม่อมฉันมาเพคะ” เฝิงฮูหยินได้จัดเตรียมเรือนหนึ่งไว้รองรับสหายญาติมิตรที่จะมาร่วมอธิษฐานให้นาง นางจึงพาแขกผู้มาเยือนทั้งสองไปยังเรือนนั้นด้วยตนเอง*****เมื่อถึงยามเที่ยง พิธีอธิษฐานขอพรจึงเริ่มขึ้น พระภิกษุสิบกว่ารูปนั่งเรียงรายกลางลานเรือน พร้อมขับสวดพระธรรมบทเป็นเสียงเดียวกัน สองฟากข้างมีเทียนธูปนับไม่ถ้วนถูกจุดขึ้น ควันธูปลอยคลุ้งหนาทึบ กลิ่นหอมคละคลุ้งไปทั่วทั้งลานเฝิงฮูหยินยืนอยู่เบื้องหน้า นิ้วมือหมุนลูกประคำไม่หยุด ปากขยับตามเสียงพระสวดอย่างตั้งใจ หลี่จิงชิวก็มายืนอยู่แถวหน้า เพียงแต่หาท่องบทสวดมิได้ ร่ำร้องซ้ำเพียงประโยคเดียว ขอให้พระพุทธอง