ว่าแต่ก่อนนัก พอเห็นหลินถิงกับต้วนหลิง สีหน้ายิ่งขรึมขลังราวฟ้าฤดูหนาวที่ไร้แสงอุ่นเขาใช้นิ้วเคาะปากถ้วยชาเบาๆ แม้เจ้าของเรือนจะมาถึง กลับไม่มีทีท่าจะลุกขึ้นมาคาราวะ เพียงเอ่ยเสียงเรียบ“คุณหนูเจ็ดสกุลหลิน ท่านรองผู้บังคับการต้วน”หลินถิงเองก็มิได้ลุกขึ้นคำนับ ต้าเสวี่ยหนีหันมองต้วนหลิง จากนั้นเลื่อนสายตาไปที่หลินถิง สุดท้ายหยุดอยู่ที่ถ้วยชาสีครามในมือ “ได้ยินมาว่าคุณหนูเจ็ดป่วยอยู่หรือ?”ในใจหลินถิงลอบยกย่อง สมแล้วที่เป็นตงฉ่าง ข่าวคราวล่วงรู้ไม่ต่างจากกององครักษ์เสื้อแพรเสื้อแพร นางเอ่ยตอบกลับแทนที่จะยอมรับตรงๆ “ใช่แล้ว แล้วอย่างไรเล่า?”ต้าเสวี่ยหนีวางถ้วยชาลง ชำระลำคอเบาๆ “เรื่องก็เป็นเช่นนี้ วันก่อนข้าบังเอิญโสมร้อยปีมา หากคุณหนูต้องการข้าก็มิได้หวง…”หลินถิงฟังออกทันทีถึงเจตนา จึงเอ่ยปฏิเสธอย่างสุภาพ “ขอบคุณในน้ำใจของท่านตงฉ่าง แต่ข้าไม่จำเป็นต้องรับไว้”เขาสะบัดลุกขึ้นทันที สีหน้ามีแววไม่เข้าใจ “โสมร้อยปีเช่นนี้มิใช่สิ่งที่แม้มีเงินก็หาซื้อได้ง่ายๆ ต่อให้มิอาจรักษาได้ทุกโรค ก็ยังเป็นคุณต่อร่างกายนัก เจ้าช่างมั่นใจนักหรือว่าจะไม่รับไว้?”แรกเริ่มเขามีความคิดจะเพียงส่งของมาให้ ไม่ได้คิดจะมาเอง ทว่าเมื่อคืนยังตัดสินใจมิได้ สุดท้ายก็เลือกมาด้วยตนเอง เพื่อจะได้เห็นกับตาว่าหลินถิงผู้มีวาจาเชี่ยวคมผู้นี้ บัดนี้มีสภาพเป็นเช่นไรหลินถิงทอดมองใบหน้าที่ซูบผอมจนเปลี่ยนไปอย่างผิดตา ก่อนเอ่ยปฏิเส