ไปยังนอกห้อง“ประตูมิได้ลงกลอน เจ้าผลักเข้ามาได้”ประตูถูกเปิดออก ต้วนซินหนิงพุ่งเข้ามาทั้งน้ำตา “เล่ออวิ๋น ข้า…ข้าเพิ่งฝันร้ายอีกแล้ว” นางเพิ่งฟื้นจากอาการวูบสลบ รีบมาหาหลินถิง คิดว่าภาพที่เห็นก่อนหมดสติเป็นเพียงความฝันจือหลานได้แต่เดินตามเข้ามาอย่างจนใจ หลินถิงเพิ่งเช็ดน้ำตาให้หลี่จิงชิวไปไม่นาน บัดนี้กลับต้องยกมือเช็ดน้ำตาให้ต้วนซินหนิงอีกเมื่อเห็นทุกคนเงียบ มิเอื้อนเอ่ยวาจา ต้วนซินหนิงก็รู้แล้วว่านี่มิใช่ฝัน นางร้องไห้สะอึกสะอื้นไม่อาจห้ามได้หลินถิงกลัวว่านางร้องไห้หนักจะกระทบครรภ์ จึงรีบเบี่ยงประเด็น “ข้าหิวแล้ว”ไม่นาน บ่าวก็ยกสำรับอาหารกลางวันเข้ามา หลินถิงเอื้อมมือรั้งต้วนหลิงกับต้วนซินหนิงให้นั่งร่วมโต๊ะด้วยกันนางล้มหมดสติไปในยามเที่ยง พวกเขาคงยังมิได้กินอันใด ที่สำคัญ ต้วนซินหนิงมีครรภ์อยู่ หาใช่จะปล่อยให้อดได้หลินถิงคีบขาไก่วางลงในชามของต้วนซินหนิง “มัวเหม่ออันใดอยู่ รีบกินเสียสิ”ต้วนซินหนิงน้ำตาคลอ เอื้อมตะเกียบหยิบขึ้นมาเคี้ยวอย่างยากลำบาก หลินถิงก็เอาอีกขาไก่วางให้ต้วนหลิงเช่นกัน นางแบ่งอาหารอย่างเท่าเทียมต้วนหลิงเหลือบตามองนางเพียงครู่ ใบหน้านางยามนี้เปล่งปลั่งดุจมีชีวิตชีวา ทั้งที่เมื่อครู่ยังเหมือนจะหลับไม่ฟื้นดวงตาของเขาสั่นระริก สีขาวผุดขึ้นที่ข้อนิ้วซึ่งกุมตะเกียบแน่น แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยกขึ้นกินครั้นสำรับสิ้นลงแล้ว ต้วนซินหนิงก็อยู่เป็นเพื่อนหลินถิงจนฟ้ามืดจึงยอม