้อมือเขาแดงเป็นรอย นางข่มความลังเล เอ่ยเสียงแผ่ว “หากข้าตายไป ท่านจะ…”ต้วนหลิงขัดขึ้นทันที “เจ้าจะไม่ตาย”นางชะงัก “แต่หมอหาได้กล่าวแล้วหรือ ว่าวันของข้าเหลืออีกไม่มาก?”ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เหตุใดเขาจึงยังไม่ยอมเชื่อเล่า? ที่หลี่จิงชิวและผู้อื่นไม่ยอมรับ เพราะเพิ่งรับรู้ไม่นาน ทว่าเขา……ตั้งแต่ทางกลับจากอันเฉิงสู่เมืองหลวง ก็เริ่มระแคะระคาย และเมื่อเดือนก่อนก็มิอาจปฏิเสธความจริงได้อีกว่านางอาจสิ้นชีพหลินถิงก้มหน้าลง ความขมขื่นซ่านจากใจแผ่ซึมไปทั่วทั้งกาย ต้วนหลิงโน้มกายลงจนสายตาอยู่ในระดับเดียวกับนาง ริมฝีปากยกขึ้นเล็กน้อย คล้ายมีรอยยิ้มอ่อนบาง งดงามนัก เอ่ยเสียงอ่อนนุ่มย้ำอีกครา“เจ้าจะไม่ตาย และข้าย่อมไม่ยอมให้เจ้าตาย”ในอกหลินถิงกลับยิ่งรุ่มร้อนว้าวุ่น “ความเป็นความตายล้วนกำหนดโดยสวรรค์ หาใช่สิ่งที่มนุษย์ฝืนได้ ไม่จำเป็นต้องยึดติดนัก” นางเคยบอกคำนี้กับต้วนซินหนิงมาแล้วครั้งหนึ่งต้วนหลิงโน้มตัวลงจุมพิตแผ่วเบาที่หน้าผาก ปลายนิ้วเกี่ยวเส้นผมยาวที่หล่นเคลียบ่าของนาง ค่อยๆ ม้วนพันไว้“เช่นนั้น ข้าก็จักหาหนทางฝืนลิขิต สลักเปลี่ยนชะตาแทนเจ้า”หลินถิงได้ฟัง กลับยิ่งไม่สบายใจนัก “ท่านคิดจะทำสิ่งใด?”ทันใดนั้น เสียงหนึ่งดังแทรกเข้ามา “ท่านพี่! เล่ออวิ๋นฟื้นแล้วหรือไม่?” พลันตามมาด้วยเสียงเคาะประตูเร่งร้อนต้วนซินหนิง?หลินถิงคิดจะลุกลงจากเตียงไปเปิดประตูเอง แต่ต้วนหลิงกลับยกมือกดบ่าของนางไว้ เอ่ยออก