สิ่งทุกอย่างเพียงลำพัง!”เฝิงฮูหยินห่วงใยอาการของหลินถิงอยู่แล้ว ครั้นเห็นสามียังวางท่าพ่อผู้เข้มงวดใส่บุตรชายในยามเช่นนี้ จึงถึงกับหลุดความสงบเรียบร้อยที่ปกติยึดมั่นไว้ “เงียบปากเสียที!”ท่านต้วนผู้เฒ่าหน้าเคร่งทันควัน “ข้าพูดผิดตรงไหน? เรื่องใหญ่ถึงเพียงนี้ ไยจึงกล้าปิดบังเรา!”เฝิงฮูหยินหันไปมองเขา แววตาเต็มไปด้วยความเจ็บแค้นที่มิอาจเก็บงำอีกต่อไป เอ่ยเน้นทีละถ้อยคำ “ท่านมีสิทธิ์สิ่งใดมาสั่งสอนจื่ออวี่เล่า? ตอนนั้นท่านเองก็มิใช่หรือที่ปิดบังข้า แอบส่งเขาไปเป็นยาเหริน!”ท่านต้วนผู้เฒ่าสะอึก พูดไม่ออกอยู่นาน สุดท้ายได้แต่เอ่ยเสียงแผ่ว “ข้าทำเช่นนั้นก็เพื่อจื่ออวี่” ทว่าก็มิอาจคาดคิดเลยว่าท้ายที่สุดเรื่องราวจะเป็นเช่นนี้เฝิงฮูหยินยังคงทำหน้าตาเย็นชา ไม่กล่าวสิ่งใดต่อ ต้วนหลิงหาได้หันไปมองทั้งคู่ เพียงเอ่ยเรียบเฉย “พวกท่านส่งเสียงดังเกินไปแล้ว นางกำลังพักผ่อน ขอได้หรือไม่ ออกไปเสียก่อน”ท่านต้วนผู้เฒ่ากราดสายตา “เจ้า!”เฝิงฮูหยินขัดขึ้นทันที “เช่นนั้นพวกเราควรออกไปก่อน หากเล่ออวิ๋นฟื้นขึ้นมา เจ้าต้องให้คนรีบมาแจ้งแก่เรา” น้ำเสียงเรียบเย็น หาได้มีความอ่อนหวานอ่อนโยนดังเคย พลันปรายตาเย็นชามองสามีราวเป็นคำเตือน แล้วก้าวออกจากห้องไปท่านต้วนผู้เฒ่าได้แต่ตามออกไป ห้องพลันกลับคืนสู่ความเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมฝนข้างนอกดังคลอ และเสียงถ่านไฟในเตาแตกเปรี๊ยะเบาๆ ภายในห้องต้วนหลิงนั่งลงข้างเตียง เอื้