อมมือแตะเส้นผมยาวของหลินถิงที่สลายบนหมอนนุ่ม ลูบไล้ไปตามเรือนผมจนถึงแก้มของนาง ก่อนเอ่ยเบาๆ “หลินเล่ออวิ๋น…”หลินถิงหาได้มีปฏิกิริยาใด บัดนี้นางไม่ได้ยินสิ่งที่ต้วนหลิงเอ่ย ไม่อาจมองเห็นสีหน้าอันแฝงความเจ็บปวดของเขาครู่หนึ่งต้วนหลิงเรียกชื่ออีกครั้ง ก็ยังไร้คำตอบ เขายื่นมือออกไป คว้ามือที่นางซุกไว้ใต้ผ้าห่มเพื่อกักเก็บความอบอุ่นขึ้นมาแนบไว้ ประสานนิ้วเข้าด้วยกันอย่างแนบแน่นความเจ็บปวดค่อยๆ ลามจากใจไปสู่ร่างกาย ยิ่งกว่าความทุกข์ทรมานเมื่อครั้งต้องเป็นยาเหรินเสียอีก ทว่าบนใบหน้าเขากลับไม่ปรากฏอารมณ์หวั่นไหว เพียงก้มใบหน้าลงแนบกับแก้มของนาง นางก็ยังคงไร้การตอบสนองไม่รู้ผ่านไปนานเพียงใด ต้วนหลิงจึงเงยหน้า หยุดสายตาที่หลินถิง แล้วจู่ๆ ก็หัวเราะออกมา “สิ่งที่เจ้าปิดบังข้าไม่อาจบอกแก่ข้าได้…คือเรื่องนี้กระนั้นหรือ?”ความตายหลินถิง…นางกำลังจะตายแล้วความรู้สึกยากจะพรรณนาหลั่งไหลถาโถมเข้ามา รอยยิ้มบนใบหน้าของต้วนหลิงค่อยๆ เลือนหายไปก่อนหน้านี้ เฝิงฮูหยินได้สั่งให้คนไปตามหมอ อีกทั้งยังให้ส่งคนไปแจ้งแก่สกุลหลิน เพื่อบอกข่าวแก่หลี่จิงชิวมารดาของหลินถิง เรื่องใหญ่เช่นนี้ย่อมมิอาจปิดบังผู้เป็นมารดาได้หลี่จิงชิวเพิ่งได้รับข่าว ก็รีบร้อนมาที่จวนต้วน ระหว่างเดินร่างกายยังสั่นระริก ทว่ากลับก้าวย่างรวดเร็วนัก แม้แต่บ่าวที่แข็งแรงหนุ่มแน่นยังมิอาจตามได้ทันพอเข้ามาในลาน นางก็เห็นเถาจูคุกเข่าร้องไห้อยู่หน้