“จื่ออวี่ เจ้าบอกข้ามาเถิด นี่มิใช่ความจริงใช่หรือไม่ เล่ออวิ๋นร่วมมือกับพวกเจ้าหลอกข้าใช่หรือไม่”ริมฝีปากต้วนหลิงขยับน้อยนัก คำสั้นเพียงคำเดียวหลุดออกมา “มิใช่”ทันใดนั้น น้ำตาหลี่จิงชิวก็พรั่งพรูดุจสายมุกที่ขาดสาย มิอาจห้ามไว้ได้ นางผละจากบุตรเขย เอ่ยสะอื้นเสียงพร่า“ไม่นานมานี้ยังดีอยู่แท้ๆ ไยจึงพลันล้มป่วยขึ้นมาได้เล่า”ยังไม่ทันสิ้นเสียงนั้น หลินถิงก็ค่อยๆ ฟื้นตื่นขึ้นมา มือของนางถูกต้วนหลิงกุมไว้แน่น เมื่อปลายนิ้วไหวเพียงน้อยเขาก็สัมผัสได้ทันที หันไปสบตากับนาง แววตาประสานกัน “เจ้าฟื้นแล้ว”“อืม” หลินถิงมองเห็นใบหน้าที่เปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำตาของหลี่จิงชิว และดวงตาที่บวมแดงของเถาจู นางยังจะไม่เข้าใจอีกหรือ ทั้งสองต่างล่วงรู้ความจริงแล้ว หลินถิงยันกายลุกขึ้นนั่ง “ท่านแม่…เถาจู”หัวใจของหลี่จิงชิวเจ็บราวถูกคมมีดกรีด บุตรสาวของนางยังไม่ถึงวัยยี่สิบ กลับต้องมาเจอชะตากรรมเช่นนี้สวรรค์ช่างโหดร้ายนัก นางปรารถนาเพียงให้ผู้ที่ล้มป่วยใกล้สิ้นใจเป็นตนแทน “เจ้ารู้สึกเช่นไรบ้าง มีตรงไหนไม่สบายหรือไม่”“ไม่มีเจ้าค่ะ”หลินถิงเอื้อมมืออีกข้างไปกุมมือของหลี่จิงชิว มือของนางเย็นเฉียบเพราะรีบร้อนเดินทางมาทั้งวัน หลังลงจากรถม้า เหงื่อที่ออกอยู่ถูกลมหนาวพัดผ่านจนผิวหน้าชื้นเย็นหลี่จิงชิวนั่งลงบนม้านั่งข้างเตียง จ้องมองบุตรสาวไม่วางตา “หากไม่สบาย ต้องบอกออกมา อย่าเก็บไว้ผู้เดียวเราจะหาทางไปด้วยกัน”“จริงๆ