ึ้นทันทีพระนางเอื้อนเอ่ยอย่างไม่แยแส “แต่แล้วอย่างไรเล่า ข้ากำลังจะตายอยู่แล้ว จะสิ้นลมเร็วกว่าหรือช้ากว่า ก็เพียงเท่านั้น”ฮองเฮาหยุดหายใจชั่วครู่ แล้วตรัสต่อ “ยังมีอีกเรื่อง ข้าอยากรบกวนให้เจ้าช่วยบอกกล่าวแทนข้า…ขออภัยต่อท่านรองผู้บัญชาการต้วน ที่ครานั้นข้ามิอาจห้ามฝ่าบาทไม่ให้ทดลองสร้าง ‘ยาเหริน’ ได้ จึงปล่อยให้เขาต้องเผชิญความทุกข์ทรมานในวัยเยาว์ ถูกสร้างเป็นยาเหริน ต้องเข้าวังทุกสองเดือนเพื่อถวายโลหิตแก่ฝ่าบาท”เดิมทีหลินถิงก้มหน้ามองพื้นอยู่ แต่เมื่อได้ยินดังนั้น นางก็เงยหน้าพรวดขึ้น จ้องไปยังแท่นบรรทมแท้จริงแล้ว…ต้วนหลิงเป็นยาเหริน ต้องถวายโลหิตแก่ฮ่องเต้อย่างนั้นหรือ? แล้วเหตุใดบิดามารดาของเขาจึงยอมส่งบุตรชายให้เผชิญชะตากรรมอันโหดร้ายเช่นนั้นได้? หลินถิงไม่อาจเข้าใจฮองเฮาวางม่านลง เอนกายนอนกลับบนแท่นบรรทม “ข้าอ่อนแรงเต็มทีแล้ว เจ้ากลับไปเถิด ภายภาคหน้าเกรงว่าคงไม่มีโอกาสพบกันอีก”หลินถิงยืนอยู่เงียบงันครู่หนึ่ง ก่อนจะหมุนกายเดินออกมา เมื่อพ้นประตูตำหนัก ฮ่องเต้เจียเต๋อมิได้รออยู่แล้ว มีเพียงนางกำนัลและขันทียืนประจำการ หลินถิงจึงตามนางกำนัลคนสนิทของฮองเฮาออกจากวังโดยไร้อุปสรรค และยิ่งใกล้ถึงประตูวัง นางก็เร่งฝีเท้ามากขึ้นทันทีที่ก้าวออกนอกวัง หลินถิงก็เห็นต้วนหลิงอยู่แต่ไกล ลมหนาวพัดกระหน่ำ แต่เขากลับมิได้นั่งรออยู่ในรถม้าที่มีเตาอุ่นและผ้าห่ม หากยืนเด่นเป็นสง่าอยู่เบื้องหน้านา