ห้ตนปลดพันธนาการจากต้นฉบับอย่างแท้จริง มีอิสระที่จะเลือกเส้นทางของตนเองทว่าฮองเฮา…กลับมิได้รับสิ่งนั้นหลินถิงมิได้ยอมรับตรงๆ ว่าตนเองก็เป็นเช่นเดียวกัน เพียงถามออกไปตามความสงสัยในใจ “ในเมื่อพระองค์ทราบว่าทำเช่นนั้นจะบั่นทอนสุขภาพ เหตุใดจึงยังไม่หยุดเล่าเพคะ?”ฮองเฮากลั้นไอเอาไว้ สีหน้ายังแน่วแน่ “เพราะว่าข้ารักใครคนหนึ่ง ข้าเคยคิดว่าเขาจะสร้างยุคสมัยอันสงบสุขได้มิให้ความทะเยอทะยานกลืนกินหัวใจ ให้ราษฎรได้อยู่เย็นเป็นสุข แต่ความจริง…กลับพิสูจน์แล้วว่าข้าตาบอดเสียจริง”คนที่ก้าวขึ้นสู่บัลลังก์แล้วไม่ถูกอำนาจกลืนกินหัวใจนั้น มีอยู่เพียงน้อยนิดจริงๆ หลินถิงคิดในใจฮองเฮาแย้มยิ้มบาง “น่าเสียดาย ข้าไม่มีทางหวนกลับแล้ว เจ้าก็เห็นอยู่ ข้าป่วยจนใกล้สิ้นลม อีกทั้งยังถูกจองจำอยู่ในวังหลังเช่นนี้”หลินถิงกระพริบตาเบาๆ “เหตุใดครั้งก่อนที่พระองค์มีรับสั่งเรียกหม่อมฉัน จึงไม่ตรัสเรื่องเหล่านี้”ฮองเฮายกม่านแพรขึ้น สายตาแน่วแน่ “เดิมข้าตั้งใจจะเก็บสิ่งเหล่านี้ลงไปในโลง แต่สุดท้ายก็อดไม่ได้ กลัวเจ้าจะตกอยู่ในวังวนเช่นเดียวกับข้า จึงอยากเตือนสักคำ ขอเพียงเจ้ามีชีวิตที่ดีก็พอ”เรื่องราวที่เก็บงำมาครึ่งชีวิต เมื่อตรัสออกมาได้บ้าง พระนางก็รู้สึกโล่งใจขึ้นไม่น้อยหลินถิงเอ่ยเสียงแผ่ว “หากหม่อมฉันไม่เหมือนพระองค์ หาใช่มาจากสถานที่ที่เรียกว่าปัจจุบัน เช่นนั้นสิ่งที่พระองค์บอกหม่อมฉัน…จะไม่-”“จะตาย” ฮองเฮาตรัสขัดข