าต่อให้นางและฮองเฮาล้วนเป็น “คนจากโลกปัจจุบันที่ทะลุเข้ามาในนิยาย” เช่นเดียวกัน แต่ตราบใดยังมิอาจยืนยันได้ว่าอีกฝ่ายเป็นมิตรหรือศัตรู หลินถิงย่อมไม่กล้าสนทนาเปิดเผย มิฉะนั้นอาจนำภัยมาสู่ตนแม้ฮองเฮาจะเคยทรงทำการสิ่งใดเพื่อเกื้อหนุนสตรีมากมาย แต่ในฐานะฮองเฮา ย่อมต้องยืนอยู่ข้างองค์ฮ่องเต้นางจำต้องระแวดระวัง***ระหว่างทางเข้าสู่วังหลวง หลินถิงใจเต้นระรัว เผลอชะโงกยกม่านรถขึ้นสูดลมเย็นเพื่อปรับอารมณ์ให้สงบต้วนหลิงในครั้งนี้ก็ติดตามมาส่งด้วย นั่งเคียงอยู่ข้างๆ เอ่ยถามเสียงทุ้ม “เจ้าคิดว่าเหตุใดฮองเฮาจึงมีรับสั่งเรียกเจ้าอีก?” เขารู้ดีว่าครั้งแรกเป็นเพราะหลินถิงบอกถึงสมุนไพร ต้นคราม ที่สามารถยับยั้งโรคระบาดได้ชั่วคราวหลินถิงวางม่านลง พิงศีรษะกับผนังรถเบื้องหลัง “ข้าไม่รู้”“ข้าจะรอเจ้าที่หน้าประตูวัง” ต้วนหลิงเอ่ยจบก็คว้าผ้าคลุมขนแดงสดมาคลุมให้นางอย่างคล่องแคล่ว อากัปกิริยาแสนอ่อนโยน พาให้ใจคนหวั่นไหวหลินถิงพลันเผลอกุมมือเขาไว้ ความร้อนเย็นสองสายไหลผ่านปลายนิ้วเพียงบางๆ แต่กระแทกถึงส่วนลึกในใจ“อย่างไรหรือ?” ต้วนหลิงก้มมองนางนางปล่อยมือแล้วหยิบผ้าคลุมอีกผืนมาคลุมให้เขาแทน “ไม่มีอันใด ข้าไปแล้วจะกลับมา”“อืม”***เมื่อเข้าไปถึงในวัง หลินถิงกลับพบว่ามิใช่ฮองเฮาที่รอต้อนรับ แต่กลับเป็นบุรุษในฉลองพระองค์มังกรยืนอยู่หน้าตำหนักฝ่ายในของพระนาง แม้มิเคยเห็นองค์ฮ่องเต้มาก่อน แต่เพียงเห็นชุดคลุมประดับมั