ทันทีที่หลินถิงตื่นขึ้นมา ก็ได้รับแจ้งว่าต้วนหลิงมารอที่จวนหลินตั้งแต่กว่าหนึ่งชั่วยามแล้วนางรีบลุกจากเตียง แต่งกายและล้างหน้าล้างตาอย่างรวดเร็ว ครั้นเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่าง กลับเห็นเพียงม่านและบานประตูปิดกั้น ไม่อาจมองออกไปภายนอกได้ “เขามาตั้งแต่กว่าชั่วยามก่อนแล้วหรือ? ท่านแม่ เหตุใดไม่ปลุกข้าให้ตื่นเล่า”หลี่จิงชิวลงมือเกล้าผมให้บุตรสาวด้วยตนเอง เงยหน้ามองเงาสะท้อนของนางในกระจกทองเหลืองแล้วเอ่ยว่า“ทันทีที่จื่ออวี่มาถึง ข้าก็คิดจะปลุกเจ้า แต่เขาบอกให้รอจนเจ้าตื่นเอง ข้าจึงปล่อยให้เจ้าหลับต่อ”คำตอบนั้นทำให้หลินถิงงุนงงอยู่ครู่หนึ่ง ในเมื่อเขาเคยสัญญาไว้ว่าไม่จำเป็นต้องมารับนาง เหตุใดวันนี้จึงมา อีกทั้งยังรู้ดีว่านางตื่นสาย แต่กลับมารอตั้งแต่เช้า หากว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนก็ไม่น่าใช่ เพราะถ้าเร่งจริง เหตุใดเขาถึงยังรอได้ถึงกว่าหนึ่งชั่วยาม?คิดไปคิดมาก็ไม่เข้าใจ สุดท้ายนางเลือกที่จะไม่คิดต่อ “เขาอยู่ที่ใดหรือ?”หลี่จิงชิวลงมืออย่างชำนาญ มัดเกล้าผมบุตรสาวด้วยแพรแถบ ก่อนปักปิ่นทองลงบนมวยผมเรียบร้อย แล้วจึงตอบว่า“อยู่ที่โถงใหญ่”หลินถิงยกมือขยี้ตา พลางมองเงาสะท้อนในกระจก เห็นมารดายืนอยู่ด้านหลัง จึงถามต่อ“เขามิได้บอกหรือ ว่าเหตุใดถึงมาหาข้าแต่เช้าเช่นนี้?”หลี่จิงชิวแม้อายุมากแล้ว แต่ก็มักตื่นเช้าเป็นปกติ ทว่าต้วนหลิงมาก่อนหน้านั้นเสียอีก จนนางอดคิดมิได้ว่าเขาอาจไม่ได้พักผ่อนทั้งคืน“เขามิไ