ด้กล่าวอะไร เจ้าสองคนเมื่อวานมิได้ตกลงกันแล้วหรือ?”หลินถิงเลิกคิ้วเล็กน้อย “เมื่อวานเราตกลงกันแล้ว ข้าบอกว่าจะกลับไปเอง”หลี่จิงชิวหัวเราะเบาๆ “จื่ออวี่คงห่วงเจ้า บัดนี้เมืองหลวงก็ไม่ต่างจากอันเฉิงนัก ล้วนไม่สงบ หากเจ้าเดินทางกลับไปเพียงลำพัง ข้าย่อมไม่วางใจ แต่เมื่อเขามารับ เช่นนี้ข้าก็พอเบาใจได้บ้าง”“ท่านแม่เห็นบุตรสาวตนเป็นเครื่องลายครามหรือไร? ไม่ต้องห่วงหรอก คนธรรมดาจะทำอันตรายข้าได้อย่างไรกัน” หลินถิงกล่าวกระทบเสียงเบา“เจ้าก็เอาแต่โอ้อวด”หลินถิงใช้นิ้วชี้ไล้ไปตามโต๊ะทองนาก แล้วพลันเอ่ยขึ้น “จริงสิ ท่านแม่บอกว่าเมืองหลวงก็ไม่สงบ มีเรื่องใดเกิดขึ้นกันแน่?”หลี่จิงชิวถอนหายใจเบา “ได้ยินมาว่ามีข่าวลือว่ากบฏจะบุกถึงเมืองหลวง อีกทั้งฮองเฮาก็ปราชวรหนักขึ้นทุกวันจะอยู่รอดถึงเดือนหน้าหรือไม่ก็ยังไม่แน่…โดยรวมแล้ว เมืองหลวงย่อมไม่สงบสุขดังเดิม”ข่าวว่าฮองเฮาล้มป่วยหนักเลื่องลือไปทั่ว ครานี้ฝ่าบาทกริ้วจัด ถึงกับประหารหมอหลวงหลายคนที่บอกว่ารักษาไม่ได้ ต่อให้ขุดแผ่นดินหาหมอผู้วิเศษมาก็ไม่อาจหยุดยั้งความบ้าคลั่งของพระองค์ได้ ข่าวลือแพร่สะพัดไปทั้งเมือง จนกลายเป็นหัวข้อถกเถียงกันไม่หยุดทว่าในสายตาของหลี่จิงชิว นางหาได้สนใจบ้านเมืองไม่ เพียงหวังให้คนในครอบครัวปลอดภัยก็พอหลินถิงเพียงเม้มริมฝีปาก รับคำสั้นๆ เบาเสียง “อ้อ”เมื่อเกล้าผมให้บุตรสาวเสร็จ หลี่จิงชิวลูบขมับนางด้วยความเอ็นดู ก่อนลดมือลง “