มร้อนแรงที่พลุ่งพล่านไม่สิ้นสุด นางเพิ่งจะหันหน้าจะมองเขาที่กำลังประทับจุมพิตบนลาดไหล่ กลับเป็นเขาเองที่เงยหน้าขึ้นมาจุมพิตนางเสียก่อนบนเก้าอี้หลอฮั่นนั้น มีกระจกบานหนึ่งตั้งอยู่ตรงข้าม เงาสะท้อนในกระจกฉายภาพสองร่างที่แนบชิดประหนึ่งหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวหลินถิงนอนราบอยู่บนเก้าอี้ ขณะที่ต้วนหลิงทาบทับจากด้านบน จุมพิตแก้มและซอกคอของนาง เรือนผมยาวของทั้งคู่พันเกี่ยวกันยุ่งเหยิง ไม่อาจแยกออกว่าเส้นใดเป็นของผู้ใด ความงดงามและความบิดเบือนทับซ้อนอยู่ด้วยกันจนยากจะปลดปล่อยให้รอดพ้น***วันออกเดินทางกลับเมืองหลวง ฝนห่าใหญ่เทกระหน่ำลงมาจากฟากฟ้า ท้องนภามืดครึ้ม สายฟ้าฉายวาบเป็นครั้งคราว ส่องสว่างเพียงชั่วขณะ ก่อนกลับคืนสู่ความมืดเส้นทางที่พวกเขาเลือกมิใช่ทางน้ำ หากแต่เป็นเส้นทางบก ขบวนรถม้าเคลื่อนต่อแถวกันไปบนทางหลวง ล้อไม้บดทับโคลนเปียกแฉะดังเสียงกุกกัก มุ่งหน้าสู่เบื้องหน้าไม่หยุดหย่อนภายในรถม้าคันหนึ่ง หลินถิงเอนกายอย่างสบายอารมณ์ ในอ้อมแขนยังโอบกอดต้วนซินหนิงแนบอกสารถีผู้ควบรถคันนี้หาใช่คนธรรมดา หากแต่เป็นบุรุษที่เซี่ยจื่อม่อลอบสรรหามาโดยเฉพาะ ก่อนออกเดินทางเขาได้แอบส่งตัวมาแทนโดยปกปิดไม่ให้องค์รัชทายาทล่วงรู้ เพื่อดูแลความปลอดภัยอย่างลับเร้นถนนหลวงย่อมเรียบกว่าทางสายย่อย ยามรถม้าเคลื่อนไปจึงมิได้สั่นสะเทือนนัก อีกทั้งสารถีก็ขับได้มั่นคง ทำให้ต้วนซินหนิงมิรู้สึกคลื่นเหียน อาจข่มตาหลับได้โดย