ง่าย นางจึงเพลียหลับไปอยู่เสมอเนื่องจากเซี่ยจื่อม่อต้องติดตามบิดาอยู่ที่เมืองอันเฉิง ไม่อาจร่วมทางกลับเมืองหลวงด้วยกันได้ จึงจำต้องหาวิธีฝากฝังผู้คนมาดูแลต้วนซินหนิงแทนหลินถิงก้มลงมองเด็กสาวในอ้อมแขน ค่อยๆ ดึงผ้าห่มที่เลื่อนลงมาถึงเอวให้คลุมขึ้นถึงอก ต้วนซินหนิงพลันซุกกายเข้ามาแนบอกอีกครั้งร่างเล็กนุ่มนิ่มอบอุ่นราวถ่านไฟที่ถูกห่อหุ้ม หลินถิงอุ้มไว้ไม่รู้สึกหนัก กลับอบอุ่นสบายประหนึ่งมีเตาร้อนแนบกาย คนสกุลต้วนทั้งพี่ทั้งน้อง ล้วนกายอุ่นผ่าวดุจเตาไฟเคลื่อนที่หลินถิงพลันอดอิจฉามิได้ เพราะนางเป็นคนที่ยามเหมันต์ทีไร มือเท้ามักเย็นเฉียบ แม้ซุกตัวอยู่ใต้ผ้านวมก็ยังไม่อุ่นง่ายนัก นางยกมือลูบแก้มแดงระเรื่อของต้วนซินหนิงเบาๆ เด็กสาวพลันขยับซุกเข้ามาแนบอกอีกหนภายในรถม้ามีเตาไฟเล็กตั้งอยู่ จือหลานใช้ต้มน้ำร้อนชงชา ก่อนยกถ้วยมาส่งให้นาง “ฮูหยินรองเจ้าคะ เชิญดื่มชาสักหน่อย” น้ำเสียงแผ่วเบาราวเกรงจะรบกวนการนอนของต้วนซินหนิงหลินถิงรับถ้วยมาดื่มจนหมดจึงวางลง จือหลานเปิดม่านหน้าต่างออก แลเห็นฝนห่าใหญ่ยังคงเทกระหน่ำลงมาบนถนนหลวง มิได้มีท่าทีจะเบาบางลง หากแต่กลับทวีแรงขึ้นเรื่อยๆหลังพ้นห่าฝน เกรงว่าความหนาวจักกัดกร่อนยิ่งกว่าเดิม จือหลานอดกังวลมิได้ว่าจะกระทบต่อสุขภาพของต้วนซินหนิงหลินถิงเองก็มองตามม่านออกไปเบื้องหน้า นางเลือกโดยสารรถม้าคันนี้เพื่อดูแลต้วนซินหนิง มิได้ไปพร้อมกับต้วนหลิง รถม้าของเขาวิ่