วังตนเพียงใด ก็มิอาจยืนยันว่าไม่เคยทำร้ายผู้ใด โลกนี้ใช่ว่าคนทุกคนที่ภายนอกดูเคร่งครัดจะเป็นคนดีเสมอไป บางทีรัชทายาทอาจเคยทำสิ่งใดไว้ในความมืดก็เป็นได้”ต้วนหลิงส่ายหน้าเบาๆ “ทุกการเคลื่อนไหวของรัชทายาท ล้วนอยู่ใต้สายตาขององครักษ์เสื้อแพร เขาเคร่งครัดจริง”หลินถิงวางถ้วยชาลง พึมพำเสียงต่ำ “แต่จินอันไจ้ไม่มีทางโกหกข้า รัชทายาทในอดีตต้องเคยฆ่าผู้ที่เขาหวงแหนดังนั้นบัดนี้ เขาถึงต้องเอาเลือดหนึ่งหยดชดใช้เลือดหนึ่งหยด”ต้วนหลิงทอดสายตามองนางไม่กะพริบ หลินถิงรู้ตัวว่าพูดผิด รีบแก้ไข “ข้าไม่ได้หมายความว่าท่านหลอกข้าเพียงแต่แม้องครักษ์เสื้อแพรจะได้รับพระบัญชาให้จับตารัชทายาท ก็ใช่ว่าจะล่วงรู้ได้ทุกฝีก้าว ข้ามิได้ตั้งใจจะว่าองครักษ์เสื้อแพรทำงานไม่รัดกุม”เหตุใดยิ่งแก้ยิ่งเหมือนพูดผิดหนักกว่าเดิมเล่า…ทว่ารอยยิ้มบนใบหน้าของต้วนหลิงไม่คลายลง คล้ายไม่ถือสา “ข้ายังพูดไม่จบ”หลินถิงรีบเอ่ย “เชิญท่านว่าต่อ”เสียงกระดิ่งบนเกล้ามวยของเขาดังแผ่ว คลอไปกับเสียงลม ขณะเขากล่าวต่อ “มนุษย์อยู่ใต้หล้า ต่อให้ระวังถ้อยคำและการกระทำเพียงใด ก็ยังมีผิดพลาดบ้าง รัชทายาทก็เช่นกัน หลายปีก่อนเขาเคยก่อเรื่องขึ้นที่ซูโจว”ซูโจว… จินอันไจ้ก็มาจากที่นั่นเพื่อแก้แค้น หลินถิงมั่นใจว่าเรื่องที่กำลังจะได้ยินนี้ ต้องเกี่ยวพันกับสาเหตุแห่งความแค้นของเขาอย่างแน่นอน“เรื่องเช่นไร?”ต้วนหลิงกลับมานั่งเคียงข้าง ก่อนเอ่ยช้าๆ “รัชทายาทเคยแ