ิ่งรู้เองนะ ครานั้นยังคิดว่าเจ้าเพียงอยากลองสิ่งแปลกใหม่เท่านั้น มิคาดว่าจะเป็นสิ่งที่เจ้าพึงใจ”หลินถิงรีบส่ายหน้าปฏิเสธทันที “ไม่! ข้ามิได้ชอบ”หากไม่พูดหนักแน่นเกรงว่าครั้งต่อไปเขาอาจใช้ยานี้ทุกครา ซึ่งนางคงไม่อาจรับไหวเขาลูบไล้ผ้าเช็ดมือเบาๆ ปลายนิ้วคลึงผ่านลายดอกบัวที่ปักอยู่“หากมิใช่สิ่งที่เจ้าชอบ แล้วเหตุใดเจ้าถึงไปซื้อมาอีก?”หลินถิงหัวเราะกลบเกลื่อน “ข้าเพียงอยากลองอีกสักครั้งเท่านั้น หาใช่ว่าชอบไม่”ต้วนหลิงทำท่าเชื่อครึ่งไม่เชื่อ แววตาเป็นประกาย “เช่นนั้น……คืนนี้หรือ?”เพียงนึกถึงคืนก่อนที่เขาเผลอกินยานี้เข้าไป แล้วกลายเป็นดั่งปีศาจตัณหาที่พันธนาการนางไว้ไม่ปล่อย หัวใจของหลินถิงก็สะท้าน นางไม่อยากนำภัยเข้าตัวอีก จึงสะบัดมือเปิดม่านรถทันที ขว้างห่อยาทิ้งไปในตรอกเล็กที่รถแล่นผ่านต้วนหลิงกลับยังคงสงบ มองตามห่อยาที่หายลับไปนอกม่าน “เหตุใดเจ้าจึงโยนทิ้ง?”นางรีบปล่อยม่านลง ปิดบังสายตาเขา “ข้าเพิ่งเปลี่ยนใจ ไม่อยากใช้แล้ว”ต้วนหลิงเลิกคิ้วเล็กน้อย “เพราะเหตุใด?”หลินถิงแอบบ่นในใจ เหตุใดท่านชอบถามไม่หยุด วันๆ เอาแต่ ‘เพราะเหตุใด’ แต่ปากก็ยังคงตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง“ยากระตุ้นราคะ หากใช้มากเกินไป ย่อมเป็นโทษต่อร่างกาย ข้ามิอาจเพียงเพราะอยากลองสิ่งใหม่ แล้วทำลายสุขภาพของท่านได้”ต้วนหลิงหัวเราะเบาๆ น้ำเสียงอ่อนโยน “มันมิอาจทำร้ายร่างกายข้าได้หรอก”หลินถิงยังคงยืนยันหนักแน่น “ไม่มีทาง ยาใดๆ