่นขมของยาบำรุงครรภ์ยังอวลในห้อง หลินถิงได้กลิ่นก็พลันรู้สึกขมในใจ จนคิดหมั่นไส้ อยากจับเซี่ยจื่อม่อให้ดื่มดูบ้าง จะได้รู้ว่ายาขมเพียงใด แล้วนางก็กล่าวต่อ “เป็นยาที่ทำให้เขาลิ้มรสความเจ็บปวดราวกับให้กำเนิดบุตร เขาทนทุกข์ไปครึ่งชั่วยาม ข้าดูแล้วสะใจยิ่งนัก”นางยังเสริม “หากภายหน้าเจ้าไม่อยากเกี่ยวข้องกับเขาอีก แต่เขายังตามตอแย เจ้าบอกข้า ข้าจะสั่งสอนเขาเอง”ต้วนซินหนิงเอนกายเข้ามาหมายจะโอบ “ขอบคุณเจ้ามาก เล่ออวิ๋น”หลินถิงรีบประคองให้นางเอนกลับ “ระวังบุตรในครรภ์” แล้วเอ่ยเสียงเบา “ข้าทำไป มิใช่เพื่อเจ้าเพียงอย่างเดียวยังมีเหตุผลอื่นด้วย”ต้วนซินหนิงดึงมืออุ่นของหลินถิงมากุม น้ำตาคลอ แต่ยังฝืนไม่ให้ไหล “อย่างไรเสีย ข้าก็ต้องขอบคุณเจ้าอยู่ดี”หลินถิงจึงแกล้งเอ่ยเสียงล้อเลียน “คุณหนูสามแห่งสกุลต้วน ช่างเกรงใจยิ่ง”ต้วนซินหนิงหัวเราะออกมาในที่สุดเมื่อเห็นนางหลับสนิท หลินถิงจึงลุกออกมา แต่พอออกมานอกเรือนกลับไม่เห็นเงาต้วนหลิง จึงสอบถามบ่าวรับใช้ที่กำลังทำความสะอาด ถึงรู้ว่าเขาอยู่ในลานนางก้าวเร่งไป พอถึงประตู ก็เห็นร่างต้วนหลิงยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ แผ่นหลังสูงชะลูดยืนเด่นท่ามกลางเงาไม้ที่สั่นไหว ชุดยาวถูกลมหนาวพัดพลิ้ว เงาร่างนั้นถูกกลืนหายไปในแสงเงาที่ทอดทับบนพื้นหลินถิงปรายตามองก่อนเอ่ยเสียงเร่ง “เหตุใดท่านมาอยู่กลางลาน?”ลมหนาวพัดกรรโชกยะเยือก ข้างในยังมีเตาไฟอบอุ่น แต่ด้านนอกมีเพียงลมหนาวแรงก