า “แล้วหากข้าตายเล่า พิษกู่จะเป็นเช่นไร?”มือที่กำลังผูกสายเสื้อของต้วนหลิงชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะค่อยๆ สานต่อ “หากเจ้าตายก่อนที่พิษกู่จะคลาย ข้าก็ต้องตายตามไปด้วย”แพขนตาของหลินถิงสั่นระริก ยิ่งทำให้นางรู้ว่าต้องเร่งหาทางให้เขาคลายพิษกู่โดยเร็ว เพราะนางแม้ตายยังมีหนทางฟื้นคืน ทว่าต้วนหลิงนั้นไม่มีเขาผูกสายเสื้อให้นางเรียบร้อย เกลี่ยปกให้เข้าที่ ปลายนิ้วเฉียดผ่านเส้นผมดำที่พลิ้วหล่น ทาบลงบนผิวไหล่ขาวนวล ราวกับสีดำและขาวสอดประสานกัน “เหตุใดจึงถามขึ้นมากะทันหัน?”“ก็แค่เกิดสงสัยเล็กน้อยเท่านั้น” หลินถิงตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย ราวกับเอ่ยเพราะอยากรู้ตามธรรมดามือของต้วนหลิงเลื่อนจากเส้นผมลงมากุมข้อมือนาง แล้วสอดนิ้วประสานเข้ากับมือนางแน่นครานี้กลับเป็นหลินถิงที่กุมมือเขาไว้แน่นกว่า แล้วพาเดินกลับเรือนของทั้งคู่ พลางเปลี่ยนเรื่องว่า“หนาวนัก คืนนี้ข้าคงต้องใช้ถึงสองเตาอุ่นกายแล้ว”ตะวันคล้อยต่ำลับขอบฟ้า แสงอัสดงทาบทอลงบนลาน เงาร่างของทั้งสองทอดยาวเฉียงบนพื้นหิน***ครึ่งเดือนต่อมา ต้วนหลิงได้รับพระราชโองการจากฮ่องเต้เจียเต๋อ ให้กลับสู่เมืองหลวง เมื่อเขาต้องกลับ หลินถิงก็จำเป็นต้องติดตามไปด้วยเช่นกัน ครั้นได้รับข่าว นางจึงเริ่มเก็บข้าวของตั้งแต่ค่ำวันนั้นต้วนซินหนิงก็จะเดินทางกลับพร้อมกันด้วย แท้จริงแล้ว ที่นางมาอันเฉิงครั้งนี้ มิใช่เพราะเซี่ยจื่อม่อ แต่เพราะหลินถิง อีกทั้งยังจากเรือนไปนาน หากไม่กล