ับไปอธิบายต่อบิดามารดาย่อมไม่สมควรแรกเริ่ม นางอ้างกับครอบครัวว่าจะไปนั่งภาวนาในวัด กินเจสวดมนต์ครึ่งเดือนเพื่ออธิษฐานให้ต้วนหลิงครอบครัวจึงไม่ได้เอะใจนัก แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็เริ่มสงสัย โดยเฉพาะเมื่อบิดาของนางดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการใหญ่กององครักษ์เสื้อแพร หากต้องการสืบหาความจริงย่อมทำได้ไม่ยากเขารีบเขียนจดหมายส่งถึงต้วนหลิง เดิมทีตั้งใจให้ต้วนหลิงรีบส่งคนพาต้วนซินหนิงกลับเมืองหลวงโดยเร็ว แต่เมื่อคิดอีกที กลับเกรงว่านางจะพบอันตรายระหว่างทาง หากรอให้เดินทางกลับพร้อมต้วนหลิง ย่อมปลอดภัยกว่าแม้บิดาของต้วนซินหนิงจะเป็นถึงผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพร มีอำนาจยิ่งใหญ่ ทว่าก็ยังถูกจำกัด หากไร้พระราชโองการก็ไม่อาจออกจากเมืองหลวงได้ หาไม่แล้วเขาคงมารับบุตรสาวกลับไปเองแล้ว ด้วยเหตุนี้ต้วนซินหนิงจึงพำนักอยู่ในเมืองอันเฉิงมาเนิ่นนาน จนถึงบัดนี้เมื่อหลินถิงเก็บข้าวของของตนเสร็จแล้ว ก็ยังไปช่วยต้วนซินหนิงเก็บสัมภาระด้วย เพราะนางมีครรภ์ จึงต้องใช้สิ่งของจำเป็นมากมาย หลินถิงเกรงว่าหากปล่อยให้บ่าวไพร่จัดการเองอาจมีสิ่งใดขาดตกบกพร่อง จึงลงมือช่วยตรวจสอบทุกอย่างด้วยตนเองจนเหงื่อชุ่มตัว ระหว่างนั้นยังต้องช่วยนางขับไล่เซี่ยจื่อม่อที่ดั้นด้นมาหาอีกด้วย ครั้นกลับถึงห้องก็หมดแรง ทิ้งกายลงบนตั่งหลอฮั่นโดยไม่ขยับเขยื้อนต้วนหลิงก้มลง ใช้มือแหวกเส้นผมที่ปรกหน้าผากนางออก แล้วหยิบผ้าเช็ดเหงื่อให้อย่างอ่อนโยน หลินถิง