วลด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น“เจ้าวางยาสิ่งใดให้เซี่ยซื่อจื่อ?”หลินถิงไม่คิดจะปิดบัง นางหยิบขวดยาที่เหน็บไว้ที่เอวออกมายื่นให้ตรงๆ “ก็คือยาที่จินอันไจ้เคยให้ข้าไว้นั่นเอง”ดวงตาคมกริบกวาดมอง ก่อนถามต่อ “แล้วเจ้าตั้งใจจะให้เขากินยานี้…ตั้งแต่เมื่อใด?”ลมเย็นพัดลอดม่านหน้าต่างเข้ามา หลินถิงพลันหนาวสะท้าน รีบสอดมือที่เย็นเฉียบเข้าไปในฝ่ามืออุ่นร้อนของเขา“แต่เดิม ข้าก็คิดไว้แล้ว เพียงยังหาจังหวะลงมือไม่ได้เท่านั้น”เขากราชับฝ่ามือแน่น โอบปลายนิ้วเรียวเล็กของนางไว้ ความเย็นจากร่างกายนางซึมเข้าสู่ฝ่ามือเขาอย่างชัดเจน“เหตุใดเจ้าจึงไม่บอกข้าสักคำ?”หลินถิงเอนตัวพิงเบาะรถม้า ถอนหายใจเบาๆ “ข้าเกรงว่าหากบอกไป ท่านคงเห็นว่าข้าทำผิด แล้วห้ามมิให้ข้าลงมือ…”ต้วนหลิงตอบเรียบๆ “เจ้าทำเช่นนี้ มิได้มีสิ่งใดผิดเลย”หลินถิงค่อยๆ ชักมือกลับ แล้วหยิบขนมที่เก็บไว้ในรถม้าออกมา นางเป็นเช่นนี้เสมอ-หากอารมณ์ดีจะกินมากหากหม่นหมองก็ยิ่งอยากกิน “วันนี้ข้ายังอยากไปเยี่ยมหลิงอวี่”ฝ่ามือของต้วนหลิงพลันว่างเปล่า เหลือเพียงความเย็นจากมือเล็กเมื่อครู่ เขากำมือแน่นขึ้นช้าๆ ราวกับจะกักเก็บสัมผัสนั้นไว้หลินถิงไม่ได้ยินคำตอบ จึงกลืนขนมลงแล้วเอ่ยซ้ำอย่างอดรนทนไม่ไหว “วันนี้ข้ายังอยากไปเยี่ยมหลิงอวี่…ท่านได้ยินหรือไม่?”“ได้ยินแล้ว เจ้าก็ไปเถอะ”ครั้นรถม้าใกล้ถึงจวน ต้วนหลิงจึงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง พลันเห็นหลินถิงเพิ่งก