ด้านหลัง“ข้าผิดต่อหลิงอวี่…”หลินถิงไม่หันกลับไป มิเพียงเหลียวมอง เอ่ยเพียงเสียงเย็นชา “คำพูดนี้ท่านควรพูดต่อหน้านาง หาใช่ต่อพวกเราที่นี่ และหากความผิดของท่านมีเพียงคำแก้ตัว ข้าก็จำได้ว่าท่านพูดมันมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว วาจาอย่างเดียว…จะมีประโยชน์อันใด?”ใบหน้าเซี่ยจื่อม่อซีดเผือด ยามนั้นเขารู้สึกอับอายเสียจนแทบหาที่ซ่อนกายมิได้ ขณะที่หลินถิงไม่แม้แต่จะเหลียวหลัง นางเพียงจูงต้วนหลิงออกจากห้อง เดินทางกลับทันทีระหว่างทางในรถม้า หลินถิงมีสีหน้าอึมครึม แม้ภารกิจจะสำเร็จลุล่วงตามที่ระบบกำหนด ก็น่าจะเป็นเรื่องน่ายินดี ทว่าความจริงที่ได้ยินจากปากระบบ ว่านางต้องตายสักครั้งก่อนถึงวัยยี่สิบปี-กลับกดทับหัวใจให้อึดอัดอย่างยิ่งล้อเกวียนบดไปตามถนน รถม้าโคลงเบาๆ สายรัดผมของนางพลันไหวตามแรงสั่นสะเทือน หลินถิงเงยหน้าขึ้นมองต้วนหลิง ริมฝีปากขยับเหมือนจะเอ่ยบางสิ่ง แต่สุดท้ายก็กลืนคำพูดกลับลงไปต้วนหลิงเสมือนสัมผัสได้ เขาจึงเอียงหน้ามองนาง “เจ้ามีเรื่องในใจ อยากบอกข้าใช่หรือไม่?”สายตาทั้งคู่สบกันกลางอากาศ หลินถิงใจหวนคิดถึงเรื่องความตายที่รออยู่เบื้องหน้า ก่อนอายุยี่สิบ นางจักดับสิ้นแม้ไม่รู้ว่าจะเป็นเมื่อใด แต่ก็ค่อยๆ ใกล้เข้ามาทุกขณะนางเบือนสายตาหนี ซบศีรษะลงกับพนักเก้าอี้รถม้า “ไม่มี”…หาใช่ไม่มีไม่ หากแต่เป็นสิ่งที่นางไม่อาจพูดออกมาได้ต่างหากต้วนหลิงมองนางนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนเอื้อมมือแตะสายรัดผมที่อบอ