้มรสความเจ็บปวดนี้ก็พอ”เซี่ยจื่อม่อเงียบงัน ไม่เอื้อนเอ่ยถ้อยคำ แต่ภายในใจกลับสะท้านสะเทือน หากความเจ็บปวดในการให้กำเนิดบุตรเป็นเช่นนี้ เขาเองยังแทบไม่อาจทนได้ แล้วต้วนซินหนิง ผู้ต้องแบกรับเพราะเขาเล่า จะต้องทนทุกข์ทรมานเพียงใด?เขาหลับตาลง ปล่อยกายปล่อยใจเสมือนดั่งที่หลินถิงกล่าว ยอมรับความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้ามาเต็มสติจินอันไจ้ฟังเพียงไม่กี่ประโยคก็เข้าใจเรื่องราวโดยประมาณ ดวงตาคมเหลือบมองไปยังหลินถิง เห็นนางนั่งทอดกายอย่างสบายอารมณ์ คีบผลไม้มาลิ้มรสโดยไม่ทุกข์ร้อน ราวกับมิได้เห็นเซี่ยจื่อม่อที่กำลังทรมานอยู่ในมุมห้องแม้แต่น้อย เขาจึงหันไปมองต้วนหลิงที่นั่งเคียงข้างชายหนุ่มผู้นั้นแม้จะทอดสายตามาที่เซี่ยจื่อม่อเช่นกัน หากแต่สีหน้ายังคงเรียบสงบ มิได้เผยความคิดในใจออกมาแม้แต่น้อย …บางทีเขาเองก็คงเห็นด้วยว่า เซี่ยจื่อม่อทำร้ายหัวใจของน้องสาวเขา จึงสมควรถูกหลินถิงลงทัณฑ์เช่นนี้“บาปกรรมย่อมมีผลตอบแทน” จินอันไจ้ลอบคิดในใจเขามิได้เอ่ยแทรกสิ่งใด เพียงนั่งเงียบ รอให้ฤทธิ์ยาค่อยๆ จางหายไปตามเวลาครึ่งชั่วยามผ่านไป ฤทธิ์ยาก็สิ้นสุดลง เซี่ยจื่อม่อราวกับคนเพิ่งขึ้นจากน้ำ ร่างกายเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อทั่วทั้งตัวต้องพิงกำแพงจึงจะยืนหยัดอยู่ได้อย่างยากลำบากหลินถิงเห็นว่าเขาไม่เป็นอันตรายแล้ว จึงลุกขึ้นตบฝุ่นที่ชายกระโปรง เตรียมจะก้าวออกจากห้องไป ทว่าในขณะนั้นเอง เสียงแหบพร่าของเซี่ยจื่อม่อก็ดังขึ้นจาก