ร ครั้นได้ยินถ้อยคำของเขายิ่งพาลโกรธ “ออกไป! ข้าไม่อยากเห็นหน้าท่าน!”ตั้งแต่นางตั้งครรภ์ อารมณ์ก็มักหุนหันขึ้นกว่าก่อน เซี่ยจื่อม่อได้ยินเสียงร้องไห้ก็พลันรู้สึกผิด ใจอ่อนลงทันใด“เป็นความผิดของข้า เจ้าอย่าร้องเลย”หลินถิงยืนขวางราวกำแพง มิให้เขาเข้าใกล้ต้วนซินหนิงได้ “หากท่านมีครรภ์ ต้องอาเจียนไม่หยุด เคลื่อนไหวลำบากทั้งวัน ข้าดูแล้วท่านก็คงจะไม่ดีกว่าหรอก ยังจะว่าผู้อื่นไร้เหตุผลอีกหรือ ข้าว่าท่านต่างหากที่ไม่รู้จักเหตุผล”แววตาของต้วนหลิงกวาดมองไปมาระหว่างทั้งสาม ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่บนใบหน้าของหลินถิงเพียงผู้เดียวเซี่ยจื่อม่อ “ข้า…”หลินถิงไม่คิดจะฟังคำแก้ตัวต่อ เอ่ยชัดถ้อยชัดคำ “เชิญกลับเถิด ท่านซื่อจื่อ” นางไม่อยากลงมือผลักไสเขาต่อหน้าต้วนซินหนิงเซี่ยจื่อม่อเห็นชัดว่ายามนี้ต้วนซินหนิงไม่อยากพบตน จึงมิได้เซ้าซี้อีก เพียงวางผลไม้เปรี้ยวที่หอบมาลงบนโต๊ะแล้วจากไป ส่วนหลินถิงก็อยู่ปลอบต้วนซินหนิงอีกครู่ใหญ่จึงลากลับครั้นกลับถึงเรือน ยิ่งคิดก็ยิ่งขุ่นเคือง ต้วนหลิงก้าวเข้ามาด้านหลัง ช่วยปลดสายแพรที่มัดเกล้ามวยของนางออกมือเขาอ่อนโยนและเชื่องช้า“ดึกมากแล้ว ข้าจะให้คนยกน้ำอาบเข้ามา เจ้าชำระกายแล้วเข้านอนเสียแต่หัวค่ำ”“ให้คนเข้ามา?” หลินถิงเผลอเอียงศีรษะ มองเขาอย่างแปลกใจ มิใช่ว่าในเรือนนี้ไร้บ่าวหรือ…ต้วนหลิงยังถือสายแพรในมือ เอ่ยรับอย่างสงบ “อืม เมื่อวานเจ้ามิใช่ว่าอยากให้มีคนไว้คอยรับใช้หร