ือ? ข้าคิดดูแล้ว เห็นว่าเจ้าพูดมีเหตุผล จึงให้เรียกบ่าวกลับมาไม่กี่คน”หลินถิงเพียงเอ่ย “อืม” แล้วปรายตาไปทางประตู พบว่าคืนนี้เขาก็ไม่ได้ลงกลอนอีกเช่นกันความจริงหลินถิงครุ่นคิดไว้แล้ว หากนางยอมอ่อนข้อให้เขามาหลายวัน แต่เขายังไม่ยอมเชื่อใจ กลับเอาแต่มาคุมขังนางอยู่ นางก็คงไม่ร้องโวยวาย หากแต่จะลงมือซัดเขาสักทีแล้วมัดไว้เสียแน่นอนว่านางมิใช่คู่ต่อสู้ของเขา แต่ก็เพียงพอที่เขาจะไม่คิดขัดขืนใดๆ ต่อการกระทำของนางถึงวันนัดพบกับจินอันไจ้ หลินถิงก็ไปยังเรือนของต้วนซินหนิงเสียแต่เช้า แอบหยิบเอายากระตุ้นราคะออกมาไว้กับตน ก่อนจะรีบรุดไปยังโรงเตี๊ยมสุ่ยฉางเร็วกว่ากำหนดถึงครึ่งชั่วยามต้วนหลิงก็มาด้วย เพียงแต่ไม่ได้อยู่ร่วมในห้องส่วนตัว หากนั่งรออยู่เบื้องล่างของโรงเตี๊ยม หลินถิงมาถึงก่อนเวลาเนิ่นนานแล้ว จินอันไจ้และเซี่ยจื่อม่อยังไม่ปรากฏ นางจึงต้องรออยู่เงียบๆไม่นาน เสียงประตูถูกผลักเปิดดังขึ้น ทันทีที่ได้ยิน นางเผลอกำยาในมือแน่น หันกายไปยังทางเข้า ผู้ที่ก้าวเข้ามาก่อนคือจินอันไจ้ เขาเพิ่งบาดเจ็บหนัก ต้องพักรักษาตัวบนเตียงอยู่หลายวัน อีกทั้งดื่มยามากเกินไป ร่างกายจึงซูบผอมลงไปไม่น้อยเซี่ยจื่อม่อตามมาอยู่ด้านหลัง ทว่าไม่ได้เข้ามา กลับยืนเฝ้าอยู่หน้าประตู ราวกับตั้งใจจะรอให้ทั้งสองสนทนาจบก่อนจึงเข้ามาวันนี้จินอันไจ้มิได้สวมหน้ากาก ใบหน้าที่มีรอยแผลยาวหนึ่งนิ้วเผยให้เห็นเด่นชัด กระนั้นสีหน้าก็ยังไม