่อนศึก ไม่ใช่ตอนนี้ที่เมืองถูกปิดตายแล้วเจ้าของร้านซาลาเปาซึ่งเป็นชาวอันเฉิงแท้แต่กำเนิดตอบว่า “นั่นเพราะท่านไม่เข้าใจ พวกเราชาวเมืองอันเฉิงล้วนศรัทธาต่อเทพเจ้าแห่งผืนดิน ไม่ว่ามีชีวิตหรือสิ้นชีพ ก็ไม่คิดละทิ้งอันเฉิงไปไหน”สตรีผู้หนึ่งก้มหน้าต่ำ ลดเสียงลงกล่าว “ข้าได้ยินข่าวว่าเทพเจ้าแห่งผืนดินอันเฉิงปรากฏปาฏิหาริย์แล้ว”ผู้คนรอบด้านต่างหันมาให้ความสนใจ“จริงหรือไม่?”นางพยักหน้าด้วยสีหน้าศรัทธาเกรงขาม “จริงแท้แน่นอน หากไม่เชื่อก็ลองไปถามคนที่เพิ่งไปสักการะดูเถิดตั้งแต่เดือนที่แล้วเป็นต้นมา รูปเคารพเทพเจ้าแห่งผืนดินมักปรากฏอักษรสี่คำ ‘อาเพศแห่งแผ่นดิน’ ขึ้นมาทุกๆ หลายวันแล้วหายไปในครึ่งชั่วยาม”ผู้คนต่างวิพากษ์วิจารณ์กันไม่ขาดสาย ชายหนวดครึ้มวางชามน้ำแกงลง หัวเราะหึๆ พลางกล่าวเสียงดังฟังชัด“อาเพศแห่งแผ่นดิน…เทพเจ้าแห่งผืนดินกำลังจะบอกเราว่า ถึงคราแผ่นดินเปลี่ยนเจ้าแล้วกระมัง?”“ระวังคำพูด! เจ้าอยากตายหรือไร!”ชายหนวดครึ้มผู้นั้น ภรรยาและลูกน้อยสองคนของเขาล้วนสิ้นชีพไปนานแล้ว เหตุนี้เองถ้อยวาจาและการกระทำของเขาจึงไม่รู้จักเกรงกลัวสิ่งใด มิหนำซ้ำยังไม่หวั่นแม้เหล่าขุนนางสุนัขจะเอาชีวิตตน “เชอะ! สมัยนี้แม้แต่พูดความจริงก็ยังมิอาจได้หรือ?”มีผู้คนบางส่วนเชื่อ แต่ก็มีบางคนเอ่ยแย้ง “บางทีอาจมีผู้แอบเขียนไว้ แล้วครึ่งชั่วยามถัดมาก็ลบออกก็ได้?”สตรีผู้หนึ่งซึ่งเคยเห็นกับตาตนเองกลับส่ายหน้า “มิใช่…