ียนไว้มากกว่าต้วนหลิงกลับนั่งพิงเบาะอย่างสบายใจ ไม่ได้แยแสเสียงวุ่นวายนั้นแม้แต่น้อย หลับตาพักสายตาอยู่นาน ก่อนขนตาจะกระตุกเบาๆ ลืมตาขึ้น มองตรงมาที่หลินถิง “เมื่อคืนเจ้าบอกว่าอยากออกไปข้างนอก แต่ไม่ได้บอกว่าจะไปที่ใดเจ้าคิดจะไปที่ใดกันแน่?”หลินถิงกำลังหาคำอ้างเพื่อแวะร้านยา จึงเอ่ยออกไปพลางทำเสียงธรรมดา “ข้าอยากซื้อเสื้อผ้าอยู่บ้าง”ลมหนาวปลายปีเริ่มกรายมา เมืองอันเฉิงยิ่งนับวันยิ่งหนาวขึ้น จำต้องมีเสื้อผ้าเพิ่มไว้กันหนาว แม้ต้วนหลิงเพิ่งซื้อให้ไม่กี่ชุด แต่เสื้อผ้าของสตรีใครเล่าจะมากเกินพอต้วนหลิงลูบถุงหอมที่เอวเบาๆ แล้วเอ่ยบอกสารถีด้านนอก “ไปยังร้านขายเสื้อผ้า”สารถีรีบเปลี่ยนเส้นทาง เมื่อถึงร้าน หลินถิงตั้งใจเลือกสรรเสื้อผ้า ทำทีอย่างสมจริง ราวกับมาตั้งใจซื้อของแต่แรก“ท่านดูสิ สองชุดนี้เป็นอย่างไรบ้าง?”ต้วนหลิงมองตามสายตานาง เห็นเสื้อกระโปรงสองชุดวางอยู่บนชั้นไม้ ชุดหนึ่งสีเขียวอ่อน ปกคอและข้อมือประดับขนละเอียด กันลมได้ดี อีกชุดหนึ่งสีฟ้าอ่อน บางกว่าเล็กน้อย ทว่าเย็บปักลวดลายงดงามสมจริงราวมีชีวิตเขาจึงเอ่ยเพียงสั้นๆ “ล้วนไม่เลว”หลินถิงยังคงเลือกดูอีกหลายชุด สุดท้ายตัดสินใจเอาเพียงสองชุดนั้น “ข้าดูท่านสวมใส่บางเบาเกินไป ท่านก็เลือกไว้สองชุดเถิด”ต้วนหลิงหาได้ใส่ใจเรื่องซื้อเสื้อผ้าเท่าใดนัก “ไม่จำเป็น ข้าไม่หนาว…”ยังไม่ทันที่เขาพูดจบ หลินถิงก็ลากเขาไปยังเสื้อผ้าชาย “ชุดสีเหลืองอ่อน