กับสีแดงสดนี้เหมาะกับท่านนัก ข้าจะซื้อให้เป็นของขวัญ” ต้วนหลิงเคยซื้อเสื้อให้ นางก็ย่อมซื้อคืนให้บ้างต้วนหลิงลูบปลายนิ้วลงบนเสื้อสองชุดที่นางเลือกให้ “เจ้าจะซื้อเป็นของขวัญให้ข้า?”นางยกมือโบกไปมา แล้วควักถุงเงินออกมาชำระอย่างไม่ลังเล “สตรีเอ่ยแล้ว ย่อมไม่คืนคำ เจ้าของร้าน บอกมาเถิดว่าเท่าไร”“ยี่สิบตำลึงเงินเจ้าค่ะ” เจ้าของร้านที่ยืนอยู่ใกล้ๆ รีบตอบทันใดหัวใจของหลินถิงแทบแตกสลาย… ช่างแพงนัก! เกินกว่าที่นางคาดไว้มาก แต่ก็ได้เพียงยอมรับ ถือเสียว่าแค่ครั้งเดียวก็แล้วกันนางยื่นตั๋วแลกเงินออกไปด้วยท่าทีอิดออดราวหอยทากคลานช้าๆ พอเจ้าของร้านเอื้อมมือมารับ นางยังเผลอกำแน่นไม่ยอมปล่อยเจ้าของร้านยิ้มตาหยี “คุณหนู?”ตั๋วแลกเงินหาได้มั่นคงดั่งแท่งเงินแท้ หากแต่มันบางเบา ฉีกขาดได้ง่ายนัก ในที่สุดนางก็จำต้องคลายมือ มองตั๋วแลกเงินยี่สิบตำลึงตกลงไปในหีบเงินของร้านเสื้อผ้า ตกเป็นของคนอื่นโดยมิอาจเรียกคืนหลินถิงสูดลมหายใจลึก พยายามกดกลั้นความเจ็บปวดใจที่ห่างหายไปเนิ่นนาน ปลอบประโลมตนเอง ไม่เป็นไร…มีเทพเจ้าแห่งโชคลาภอำนวยพรอยู่ วันหน้าเงินทองย่อมไหลกลับคืนมาเจ้าของร้านปิดหีบเงินเรียบร้อย แล้วหันมาพับเสื้อผ้าอย่างใส่ใจ พลางเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม “สองท่านเป็นสามีภรรยากันหรือ?”หลินถิงยังจมอยู่ในความเสียใจจากการเสียเงิน ยามนั้นเผลอถามไปตามตรง “เหตุใดท่านจึงคิดเช่นนั้น?” ถึงนางจะซื้อเสื้อผ้าให้เขา แต่ก็อาจเป็นพ