ลอดออกไปซื้อยา ส่วนเสี่ยวเอ้อร์ที่อยู่ในห้องเพื่อคอยอุ่นสุรา ก็สามารถช่วยเป็นพยานได้ว่าในระหว่างนั้น ต้วนหลิงมิได้ลุกออกจากห้องไปไหนเพียงแต่…นางจะอ้างเหตุใดเพื่อออกไปดี?เหตุผลอย่างเข้าห้องส้วมหรือซื้อของเล็กน้อย ใช้บ่อยครั้งเกินไปก็ดูน่าสงสัยเกินควร หลินถิงพลันกลัดกลุ้ม“ได้ขอรับ” เสี่ยวเอ้อร์มิได้เอะใจ ฤดูหนาวเช่นนี้ลูกค้ามักขออุ่นสุราเป็นเรื่องปกติ เขาจดจำไว้เรียบร้อยแล้วจึงผละออกไปหลินถิงนั่งรอ พลางคิดหาข้ออ้างจนสมองว่างเปล่า ครั้นเสี่ยวเอ้อร์กลับมาพร้อมสุรา ความกระวนกระวายก็ยิ่งทวีคูณ นางเผลอเหลือบมองไปยังต้วนหลิง แล้วพลันสะดุดสายตาเข้ากับรอยถลอกบนหลังมือเขา“มือท่าน…เหตุใดจึงบาดเจ็บอีกแล้ว?”ต้วนหลิงกดมือลงต่ำ ปล่อยชายแขนเสื้อปิดบังรอยแผล “เช้านี้ข้าเห็นก้อนหินงามก้อนหนึ่งในลาน จึงเกิดชอบใจเก็บขึ้นมาไว้ในมือ มิคาดว่ามันกลับบาดมือเอา”คำพูดนั้นกึ่งจริงกึ่งเท็จจริง คือเขาเห็นก้อนหินงามจริงๆ และเคยกำไว้ในมือจนบาดตนเองเท็จ คือเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นในราตรีก่อน หาใช่เช้าวันนี้ดังที่เขาเอ่ย“ข้าจะไปซื้อยาให้ท่านเอง”หลินถิงเร่งก้าวเดิน มิได้เปิดโอกาสให้ต้วนหลิงเอ่ยปฏิเสธแม้ครึ่งคำ เมื่อก้าวออกจากโรงเตี๊ยม นางก็จัดแจงปลอมแปลงเช่นคราวก่อน แล้วแยกกันซื้อยาสองชนิดต่างหาก ครั้นกลับมาถึงห้องส่วนตัว เสี่ยวเอ้อร์ยังคงอุ่นสุราอยู่ ส่วนต้วนหลิงนั่งเงียบมองเขาเติมน้ำร้อนลงหม้อเพื่ออุ่นสุราหลินถิงไม่คา