เมื่อนึกถึงครั้งเล่นกับเถาจู นางชนะตลอด ครั้งนี้พอเล่นกับต้วนหลิงกลับแพ้ตลอด หลินถิงก็พอเข้าใจว่าทำไมเถาจูถึงไม่ชอบเล่นกับนางนัก การแพ้ตลอดย่อมทำให้หมดสนุกนอกหน้าต่าง ฝนยังคงโปรยปรายไม่หยุด เสียงหยดน้ำคล้ายสายพิณอันยืดยาว ต้วนหลิงก้มหน้าลงเล็กน้อย มือทั้งสองเก็บกระดานและกล่องหมากอย่างเงียบงัน เอ่ยเสียงเรียบ “เช่นนั้นก็พอเพียงแล้ว”นางหยิบผลไม้แห้งชิ้นหนึ่งส่งไปที่ริมฝีปากของเขา ต้วนหลิงก็รับประทานโดยไม่เอ่ยสิ่งใด พลันในห้องเงียบสงัดหลินถิงเหมือนจะได้ยินเสียงเคาะประตู แต่เพราะนอกเรือนยังมีเสียงสายฝนกระหน่ำ จึงไม่แน่ใจนัก นางเอ่ยเบาๆ“เหมือนจะมีคนมา”แท้จริงแล้วต้วนหลิงได้ยินเสียงนั้นตั้งแต่แรก แต่เพราะเห็นนางมิได้สังเกตก็เลือกจะนิ่งเฉย ครั้นบัดนี้เขาจึงลุกขึ้นก้าวออกไปทางประตู “ข้าไปดูสักหน่อย”หลินถิงรีบกลืนผลไม้ในมือ ลุกขึ้นตามไป “ข้าขอไปกับท่านด้วย”ต้วนหลิงส่ายหน้า เอ่ยปฏิเสธนุ่มนวล “ไม่จำเป็น”ทว่านางกลับยกมือคว้าแขนเสื้อเขาไว้แน่น สายตาจับจ้องดั่งเปลวเพลิง “ข้าจำได้ว่าประตูเรือนก็ลงกลอนเอาไว้ท่านต้องถือกุญแจและกางร่มไปด้วย เกรงว่าจะลำบากและถูกฝนสาด เช่นนั้นให้ข้ากางร่มให้ท่านดีหรือไม่”ต้วนหลิงนิ่งมองนางครู่หนึ่ง หลินถิงรู้ดีว่าเขาจงใจให้บ่าวไพร่หายออกไปจากเรือน มิยอมให้นางพบผู้ใด ไม่ให้นางติดต่อผู้ใด ก็เพื่อจะกักนางไว้ ทว่าหลินถิงกลับทำเหมือนทุกอย่างไร้ปัญหา แสดงท่าทีเฉยเมยดั่งเดิมเ