ดิมทีเขาคาดไว้ว่า หากกักนางเช่นนี้ นางคงแสดงความขุ่นเคือง เกลียดชัง หรือพยายามต่อต้าน ทว่าไม่เคยคาดคิดเลยว่า นางจะยังคงปฏิบัติต่อเขาเช่นปกตินางเพียงเสแสร้งเพื่อทำให้เขาคลายใจ หรือแท้จริงแล้วนางมีใจต่อตนกันแน่…สุดท้ายต้วนหลิงก็ยอมตามหลินถิงยิ้มจนตาหยี รีบหยิบร่มมากาง พลางก้าวเคียงเขาไปยังประตูใหญ่ของเรือน ครั้นประตูเปิดออก สิ่งที่เห็นเป็นอันดับแรกคือเซี่ยจื่อม่อ เขายืนอยู่ใต้สายฝน ถือร่มผ้าเนื้อละเอียดสีฟ้าอ่อนในมือ แต่งกายประณีตงดงาม มืออีกข้างยังยกค้างอยู่บนประตูที่เพิ่งเคาะไปแรกเริ่ม หลินถิงคิดว่าจะเป็นต้วนซินหนิงที่มาอีกครั้ง แต่เมื่อเห็นเป็นเซี่ยจื่อม่อ ใบหน้ายิ้มแย้มก็รีบหุบลงทันใดทันใดนั้นเอง นางก็เห็นต้วนซินหนิงก้าวออกมาจากด้านหลังของเซี่ยจื่อม่อ มือหนึ่งประคองเอวอุ้มครรภ์ อีกด้านหนึ่งมีจือหลานกางร่มให้“ท่านพี่รอง เล่ออวิ๋น” ต้วนซินหนิงเอ่ยเรียก นางมิได้พบหน้าหลินถิงมาหลายวัน พลันน้ำตาแทบไหลออกมาด้วยเกรงใจว่าตนเผลอพูดสิ่งใดผิด ทำให้นางขุ่นเคือง จึงไม่ยอมออกมาเจอเลยหลินถิงก้าวออกไปหนึ่งก้าว แต่พอนึกขึ้นได้ว่าตนยืนอยู่ใต้ร่มร่วมกับต้วนหลิง เกรงว่าสายฝนอาจจะกระเซ็นใส่เขา นางจึงหยุดก้าว ถอยกลับไปเอ่ยเรียกเบาๆ “หลิงอวี่”ต้วนซินหนิงก้าวมาหานางสองสามก้าว ดวงตาสั่นระริก “เล่ออวิ๋น ข้านึกว่าเจ้าไม่อยากพบข้าอีกแล้วเสียอีก”หลินถิงถึงกับหัวเราะออกมา “เจ้าอย่าคิดเลอะเทอะไปหน่อยเลย ข้าจะไ