ามหวาดหวั่นก็ค่อยๆ แปรเป็นความเสียวซ่านแปลบปลาบ ไล่กระจายไปทั่วสรรพางค์หัวใจนางราวกับถูกโยนลงทะเลกว้างสุดขอบฟ้า ว่ายไปเท่าใดก็ไม่อาจถึงฝั่ง สุดท้ายคงได้แต่ปล่อยตนให้จมลึกนางพยายามเอนศีรษะหนี แต่ทุกคราที่ถอย เขากลับก้าวตามทันที จูบไม่ปล่อยให้ขาดตอนคืนนี้ฤทธิ์ยาทำให้เขาราวกับมิอาจอิ่มพอ ใกล้ชิดไม่พอ จนเหมือนอยากผสานเป็นหนึ่งเดียวกับนาง ไม่พรากจากสัญชาตญาณเรียกร้องให้นางหนี ทว่าหัวใจกลับเลือกจะอยู่ ยอมเปิดริมฝีปากให้เขาล่วงล้ำเข้ามาอีกเมื่อเวลาผ่านไป หลินถิงกลับกังวลว่าเขาอาจถูกฤทธิ์ยาทรมาน จึงยื่นมือปลดสายคาดเอวของเขาออก เครื่องประดับที่ฝังอัญมณีขูดผ่านปลายนิ้ว ส่งเสียงแผ่วเบาสายลมยามค่ำพัดกรูมาจากภายนอก ต้วนหลิงโอบรัดนางแน่นขึ้น ลมหายใจร้อนแรงย้ายจากกลีบปากไปยังลำคอกดร่างเขาทับลงบนร่างนาง แรงกดที่ลงบนโต๊ะทำให้ไม้แกร่งยังสั่นสะท้านส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดหลินถิงรู้สึกไม่สบายใจนัก กลัวว่าโต๊ะจะหักกลางคัน จึงพยายามจะเอ่ยปาก แต่ริมฝีปากกลับถูกเขาปิดตายจุมพิตร้อนแรงนั้นเต็มไปด้วยความโหยหา แฝงด้วยร่องรอยความหึงหวงและความเจ็บปวดที่อัดแน่นแรงดึงรั้งทำให้นางเกือบถลาลงจากโต๊ะ แต่เขากลับดึงกลับขึ้นมาอีกครั้ง ในความชุลมุน รองเท้าปักลายก็หลุดออก เผยผิวขาวเรียวเล็กที่ห้อยระริกลงมา ปลายเท้าเผลอแตะโดนขาของเขาเบาๆเครื่องประดับผมของเขาสั่นไหว กริ่งกระดิ่งดังระรัวในความมืด แสงอัญมณีบนกวานยังคงส่องประกายเรื่