อแผ่วนวล เสียงกริ่งเล็กๆ ดังซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับย้ำเตือนจังหวะหัวใจที่กำลังสั่นระรัวเส้นผมยาวสลวยของเขาร่วงหล่นปกไหล่ ลูบไล้ผ่านผิวกายของนาง สร้างความรู้สึกทั้งคันทั้งซ่านไปทั่วร่าง หลินถิงรู้ดีว่าอารมณ์ของต้วนหลิงย่อมส่งผลต่อสัตว์เลี้ยงที่เขาเลี้ยงไว้ เวลานี้มันก็กระสับกระส่ายไม่ยอมสงบ ถึงนางจะกอบกุมมันไว้ แต่มันก็ยังดิ้นรน พุ่งชนจนแทบทะลุฝ่ามือออกมาต้วนหลิงหาได้เหลียวแลไม่ แต่เพราะสิบนิ้วล้วนเชื่อมถึงหัวใจ สิ่งที่เป็นของเขาก็ย่อมกระทบใจเขาด้วย เขาหันหน้ามองสิ่งที่หลินถิงอุ้มประหนึ่งสัตว์เลี้ยงในอ้อมแขน ทำให้ริมฝีปากทั้งสองจึงพลันแยกออกเล็กน้อยไม่นานนักเขาก็ก้มลงเคล้าคลึงที่ติ่งหูของนาง ริมฝีปากอุ่นชื้นราวหยาดฝนที่เกาะแนบผิว ความรู้สึกคล้ายหลงเข้าไปในรังอสรพิษมืดมิด เพียงแต่พิษนั้นกลับร้อนรุ่มไม่เย็นเฉียบเหมือนงู แต่เป็นความร้อนของต้วนหลิงเพียงผู้เดียวหยาดเหงื่อพร่างเต็มผิวกายของหลินถิง เขาหยุดลงชั่วขณะ กระซิบข้างหู “เจ้า…จะไม่ชอบผู้อื่นได้หรือไม่”หลินถิงกัดริมฝีปากแน่น “ข้ารู้ว่าท่านมิได้เชื่อในคำของข้าอยู่แล้ว ต่อให้ตอบไป ท่านก็ไม่เชื่อ” นางถอนหายใจละมือจากสัตว์เลี้ยงในอุ้งมือ ปล่อยมันเป็นอิสระเมื่อไร้การปลอบประโลม มันก็รีบหาทางหนี เจอโพรงแคบๆ แล้วดันหัวเข้าไปสุดแรง แต่เพราะช่องทางตีบแคบมันจึงได้เพียงครึ่ง ไม่อาจมุดเข้าไปได้ทั้งหมด หลินถิงเพียงมองเฉยไม่คิดช่วย สัตว์เลี้ยงหันกลั