บมาเสียดสีกับมือเรียวของนาง คล้ายประจบเอาใจ แต่นางก็ไม่ไหวติงครานั้นต้วนหลิงกลับคว้ามันไว้ แล้วผลักมันเข้าไปในโพรงนั้นอย่างมั่นคงไม่ลังเล จนมันมุดลึกสุดท้ายจึงปล่อยมือ“ใช่แล้ว ข้าไม่เชื่อ แต่ก็ยังอดถามมิได้ ทั้งไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมต้องถาม”คำพูดนั้นเหมือนคมมีดที่กรีดลงกลางใจ หลินถิงไม่รู้ว่าเป็นเพราะถ้อยคำ หรือเพราะสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นกันแน่ เพียงแต่พริบตานั้นนางกัดไหล่เขาแรงจนโลหิตซึมออกมา โลหิตสีแดงหยาดรินบนผิวขาวเนียน ราวกลีบเหมยสีชาดโปรยบนหิมะขาวหลินถิงผละออก ต้วนหลิงกลับไม่เหลียวมอง ซับโลหิตบนริมฝีปากนางอย่างไม่ยี่หระ ก่อนโน้มตัวจุมพิตนางอีกครั้ง เขาเพิ่งใช้ถ้อยคำบาดลึก สัตว์เลี้ยงก็เพิ่งล่วงเกินนางครั้งแล้วครั้งเล่าไม่หยุดหย่อน การรุกเร้าของมันมิได้ทำให้นางเจ็บปวดนัก แต่กลับกดดันจนหัวใจสั่นสะท้านแต่ไหนแต่ไร มันเคยเป็นสัตว์เลี้ยงที่ยอมอยู่ใต้การควบคุมของนาง แม้เคยมีพลังอำนาจบ้าง แต่ไม่เคยก้าวล้ำเช่นคืนนี้ คืนนี้มันกลับไม่ยอมปล่อยนางพ้นเงื้อมมือ ราวกับมันและเจ้านายของมันต่างก็เป็นเช่นเดียวกัน ยิ้มเย็นแต่ซ่อนคมดาบ บีบคั้นนางจนแทบหายใจไม่ออกนับครั้งได้ถึงห้าคราแล้วที่นางทนไม่ไหว สุดท้ายเอ่ยปากด่ามันทั้งเสียงสั่นทั้งโกรธ จนตัดสินใจออกแรงผลักต้วนหลิงออกไปเต็มกำลัง สัตว์เลี้ยงก็พลันหลุดร่วงตามนางกระโจนลงจากโต๊ะชา หลบเศษถ้วยชาที่เกลื่อนพื้น วิ่งกะเผลกกลับขึ้นไปยังเตียง แต่ต้วนหลิงก็ตา