้บนโต๊ะชา ถูกความมืดโอบไว้ ทั้งกดทับ ทั้งกลืนกิน แต่ก็อุ่นอาบลุ่มลึก ชวนให้คนเผลอใจหลงรักเขาเองราวกับถูกกลืนเข้าสู่เงามืดนั้นเช่นกัน ถูกเงาราตรีปกคลุม “เจ้าไม่จำเป็นต้องแก้ตัวอีกแล้ว”หลินถิงรู้ดีว่าคืนนี้เขาคงมิยอมฟังคำใดอีก นางจึงไม่อธิบายต่อ หวังพอรุ่งเช้ายามสติแจ่มชัดแล้วค่อยชี้แจงอีกหนนางเฝ้ามองเขาเงียบๆ อยู่ครู่หนึ่ง จนในที่สุดก็อดไม่ได้ ดึงมือเขาออกจากกลีบดอกนั้นต้วนหลิงกลับผลักร่างนางให้นอนราบไปกับโต๊ะชา แล้วกดจุมพิตลงดวงตาที่เบิกกว้าง หลินถิงหลับตาลงโดยสัญชาตญาณเสียงเพล้ง! ดังขึ้นต่อเนื่อง กาน้ำชากับถ้วยชาตกลงพื้นแตกกระจาย เศษกระเบื้องกระเด็นไปทั่ว กรีดผ่านชายอาภรณ์ของต้วนหลิงก่อนร่วงกลับสู่พื้น กาน้ำชาแม้มิแตก แต่ชาที่เหลือกลับไหลรินออกจากปากกา ซึมเปื้อนพรมเบื้องล่างจนชุ่มกลิ่นชาลอยอบอวลไปทั่วทั้งห้อง ต้วนหลิงเหยียบย่ำผ่านน้ำชาที่นองพื้น โดยไม่หยุดชะงัก จูบยังคงร้อนแรงราวเพลิงไฟที่โหมกระหน่ำหลินถิงนั่งอยู่บนโต๊ะน้ำชา สองมือยันไว้ด้านหลัง ชายกระโปรงถูกรั้งขึ้นสูง เผยให้เห็นเรียวขาที่สั่นระริก นางลืมตาขึ้นอีกครั้ง เมื่อเสียงภาชนะตกแตกดังสนั่นรอบกาย ลมหายใจที่ถูกต้วนหลิงช่วงชิงไป ทั้งร้อนแรง ทั้งหนักหน่วงจนกลีบปากของนางชาไปทั้งแถบเมื่อไม่นานมานี้ นางคุ้นชินกับความอ่อนโยนดุจสายฝนจากเขา จึงยากนักที่จะรับกับความเร่าร้อนเกินพอดีในยามนี้ ราวกับจะถูกเขากลืนกินทั้งร่าง กระนั้น…จากคว