าดวงตาของคนไม่เคยโกหก มีแต่ปากเท่านั้นที่หลอกลวงได้”หลินถิงเม้มริมฝีปากที่เพิ่งถูกเขากัด เงยหน้าขึ้นอย่างจนใจ “ถ้าเช่นนั้น ท่านลองมองตาข้า ข้าเหมือนคนโกหกหรือไม่?”ต้วนหลิงเพียงจ้องลึกลงไปในดวงตาของนาง นางเห็นเขาเงียบงันไม่เอื้อนเอ่ย ใจพลันหวั่นไหว “ว่าอย่างไรเล่า?ตอบข้าสิ”ต้วนหลิงล้างมือด้วยน้ำชา แล้วปล่อยมือลงไปซุกอยู่ในชายกระโปรงของนาง เสียงเขาแผ่วต่ำ“ดวงตาของเจ้าบอกข้าว่าเจ้าไม่โกหก แต่การกระทำของเจ้ากลับเหมือนเจ้ามีชายอื่นอยู่ในใจ ข้าจึงสับสน…กระทั่งไม่แน่ใจแล้วว่า ดวงตาของคนเรานั้นจะไม่โกหกจริงหรือไม่”“ข้ามิได้!”หลินถิงตื่นตระหนกจนคิดจะกระโดดลงจากโต๊ะน้ำชา ขาสองข้างแกว่งไปมาอย่างร้อนรนต้วนหลิงกดร่างนางให้นั่งกลับลงมา มือใหญ่ยังวางอยู่ตรงที่เดิมจนทำให้นางหายใจติดขัด หลินถิงเงยหน้ากัดริมฝีปากเขาแรงๆ “ข้าพูดจริง มิได้โกหกท่าน”เขาฉวยโอกาสนั้นจูบแก้มใสของนางแผ่วเบา หลินถิงพลันผลักเขาออก ดวงตาของต้วนหลิงสะท้อนอารมณ์หลากหลายอย่างที่ยากพบเห็นกระนั้นเสี้ยวลมหายใจถัดมา นางกลับโน้มตัวเข้ามาจูบเขาเอง ลมหายใจของทั้งสองสลับทาบทับกัน หน้าผากนางแนบกับหน้าผากเขา ลมหายใจพันเกี่ยว นิ้วมือเขายังติดกลิ่นชาอ่อนๆ ที่ลูบผิวกายของนาง ราวกลิ่นนั้นซึมซาบเข้าสู่ร่างนางทั้งสิ้น“เชื่อข้าได้หรือไม่?” เสียงนางพร่าแผ่วต้วนหลิงมิได้ตอบ เพียงกลับคว้ามือนางมากุมไว้ จูบซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างโลภโมโทสัน แฝงแววโหยหาและ