้นมา ท่านว่าข้าวาดได้เป็นอย่างไรบ้าง?”ปลายนิ้วของต้วนหลิงลูบไล้ขอบกระดาษเล็กน้อย บังเอิญสัมผัสถูกมือเรียวที่วางอยู่บนโต๊ะของนาง “วาดได้ดีมาก”คำชมเพียงประโยคเดียว กลับทำให้นางพลอยเบิกบาน ราวหมอกทึบในใจคลายหาย นางม้วนกระดาษขึ้น “ภาพนี้ขอมอบให้ท่านเถิด”นางฉับพลันนึกขึ้นได้ “จริงสิ ข้ายังมิได้เห็นภาพคู่ที่เราวาดก่อนเข้าพิธีแต่งงานเลยนะ รอเรากลับถึงเมืองหลวงท่านต้องหยิบมาให้ข้าดู”ต้วนหลิงชะงักเล็กน้อย ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ “ภาพนั้นแขวนไว้ในห้องหนังสือ เจ้าอยากดูเมื่อใดก็ไปดูได้”หลินถิงเลิกคิ้ว ไม่เข้าใจ “เหตุใดจึงแขวนไว้ในห้องหนังสือ มิใช่ว่าจะนำไปแขวนในเรือนหรือ?”เขากล่าวเสียงเรียบ “หากเจ้าปรารถนาจะให้แขวนในห้อง ก็ย่อมได้”นางมิได้ยึดติดกับเรื่องแขวนภาพอีก ทว่ายังถามต่อด้วยแววตาอยากรู้อยากเห็น “แล้ว… ภาพคู่นั้นงดงามหรือไม่?”เขาหันมาสบตานาง “เหตุใดเจ้าจึงคิดเช่นนั้น”ในใจนางอยากจะพูดออกไปว่า เพราะท่านไม่เคยให้ใครได้เห็นเลยสักครั้ง แม้แต่ตัวข้าเองก็ยังมิได้เห็น แต่กลับกลืนคำลงคอ เอ่ยเพียงเบาๆ “ก็เพียงอยากรู้เท่านั้น”ต้วนหลิงเก็บภาพวาดฝีมือนางไว้ พลางเอ่ยหนักแน่น “ภาพคู่นั้นก็ดีงามเช่นเดียวกับที่เจ้าวาดในวันนี้ หาได้มีสิ่งใดไม่น่าพิสมัย”เขาเหลียวไปมองท้องฟ้านอกหน้าต่าง แสงสนธยาโรยรา “ถึงเวลาปลดเวรแล้ว”นางเพียงพยักหน้ารับเบาๆ “อืม” แล้วจึงก้าวตามเขาออกไประหว่างทางกลับเรือน หลินถิงยังคงคิดกังวลถ