า แต่ในเมื่อทุกฝีก้าวล้วนอยู่ภายใต้สายตาของต้วนหลิง นางจะเอ่ยปากถามหายาชนิดนี้จากเจ้าของร้านได้อย่างไรเล่า? ภารกิจครั้งนี้จำต้องสำเร็จลงภายใต้เงื่อนไขมิให้ผู้ใดล่วงรู้ ไม่เว้นแม้แต่เรื่องการซื้อโอสถนี้เช่นกันหลินถิงครุ่นคิดแทบแตกสลาย หาหนทางมิได้สักวิธี หน้าต่างยังคงเปิดกว้าง ลมพัดวูบเข้ามา พัดเอากระดาษภาพวาดที่แผ่ราบอยู่บนโต๊ะให้ปลิวร่วงลงพื้นต้วนหลิงก้าวเข้ามา ก้มลงหยิบแผ่นภาพนั้นขึ้นมา สายตาเพียงเหลือบหนึ่งคราก็พลันชะงักงัน ภาพที่เห็นเป็นบุรุษหนุ่มผู้หนึ่ง นุ่งอาภรณ์สีชาด นั่งอยู่เบื้องโต๊ะหนังสือ กำลังก้มหน้าตรวจทานเอกสาร… และบุรุษผู้นั้นมิใช่ใครอื่นหากแต่เป็นตัวเขาเอง!แม้เขาพอจะคาดเดาได้ตั้งแต่เห็นนางเพ่งพิศตนพลางขยับพู่กันบนกระดาษ ทว่าพอได้เห็นด้วยตาตนเอง ก็ยังอดเกิดความรู้สึกที่ยากเอื้อนเอ่ยมิได้ฝีมือวาดของหลินถิงหาใช่เลิศล้ำ หากแต่แววตาและอาการล้วนจับต้องได้ราวกับมีชีวิต เห็นได้ชัดว่านางใช้ใจสังเกตเงาร่างในภาพจึงสามารถวาดออกมาเช่นนี้ต้วนหลิงถือภาพซึ่งหมึกแห้งสนิทแล้ว กลับไปวางลงบนโต๊ะเบื้องหน้านาง หลินถิงเพิ่งรู้สึกตัว ถอนหายใจกลบเกลื่อนความคิด ก่อนเงยหน้าขึ้นถามเสียงเรียบ “ท่านสะสางงานในวันนี้เสร็จแล้วหรือ?”“อืม… เจ้านี่เองที่วาดข้า”หลินถิงเหลือบตามองภาพที่ปลิวอยู่บนโต๊ะ แววตาในภาพราวกับกำลังหันมามองตน นางยิ้มบาง “ข้าเพียงวาดสิ่งที่เห็น ต่อเมื่อหันไปเห็นท่าน ก็เลยวาดท่านขึ