อนข้างๆ ซึ่งมีชายอีกผู้หนึ่งรออยู่ ผู้ตรวจการแห่งตงฉ่าง “ต้าเสวี่ยหนี”ทั้งสองสบตากัน ก่อนกายอันเบาราวสายลมจะพลิ้วขึ้นสู่หลังคา แง้มกระเบื้องมุงสีเขียวออกเพียงเล็กน้อยก็ได้ยินเสียงสนทนาในห้องชัดเจน“ท่านผู้ตรวจการ… ท่านยังหาศพของฟู่ฉือไม่พบหรือ?”ครั้นได้ยินประโยคนั้น หลินถิงพลันกระจ่างขึ้นมาทันที ที่แท้สตรีผู้นี้ถึงกับบอกที่หอหนังสือว่าไม่จำเป็นต้องสืบหาฟู่ฉืออีกแล้ว ก็เพราะรู้อยู่แล้วจากปากของต้าเสวี่ยหนีนี่เอง ว่าเขามิอาจมีชีวิตอีกต่อไปต้าเสวี่ยหนีนอนเอนอยู่บนตั่งนวม เคียงข้างเตาไฟ เอ่ยเสียงเรียบเย็น “ศพฟู่ฉือ… ไม่อาจได้คืนมาแล้ว”“เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น?”“ครั้งนั้นเหลียงอ๋องจับตัวเขาไป บีบคั้นให้บอกตำแหน่งรัชทายาท เขากลับยอมตายดีกว่าแพร่งพรายความลับสุดท้ายถูกสังหาร ร่างยังถูกโยนให้สุนัขแทะกิน ข้าไม่บอกเจ้าทันที เพียงเกรงเจ้าจะทนรับมิได้ที่เขาตายไร้แม้เถ้ากระดูก”สตรีนางนั้นถึงกับเข่าอ่อนแทบยืนไม่ไหว ต้าเสวี่ยหนีหลับตาลงครู่หนึ่ง “ข้าได้สั่งให้สร้างสุสานเสื้อหมวกขึ้นแทนแล้ว”เดิมทีเขามักลอบไปตรวจดูความเป็นอยู่ของจินอันไจ้ทุกปี เพื่อให้มั่นใจว่ายังปลอดภัย แต่เมื่อกว่าปีก่อน จินอันไจ้ออกเดินทางเพื่อล้างแค้นรัชทายาท นับแต่นั้นก็หายสาบสูญไป ทำให้ต้าเสวี่ยหนีต้องรีบลอบสืบข่าวฟู่ฉือก็คือผู้ถูกส่งไปทำการนั้นในคราบผู้เตรียมสอบบัณฑิต แต่บังเอิญเกิดเรื่องไม่คาดคิดจึงได้พานพบและผูกพันกับสตรีนางนี