ข้าได้เรียนรู้สรรพสิ่งมากมายที่มิอาจพบเจอในโลกภายนอก ข้ารักการอ่าน จะเบื่อได้อย่างไร”หลี่จิงชิวจึงหัวเราะเบา “เช่นนั้นเจ้าก็เป็นหนอนหนังสือตามที่เขาล่ำลือสิ”อิ้งจือเหอมิได้โกรธ กลับลูบคัมภีร์ในมือแผ่วเบา “ท่านข่งจื่อเคยกล่าวว่า เช้ารู้ซึ้งในธรรม แม้เย็นสิ้นลมก็หามีโทษไม่ ข้าเองก็คิดเห็นเช่นนั้น หลายหลักธรรมล้วนได้จากคัมภีร์เหล่านี้”หลี่จิงชิวฟังแล้วไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่ก็เดาได้ว่าเขาหมายถึงการยอมอุทิศชีวิตเพื่อความรู้ นางจึงเบ้ปาก “บ้านเจ้าจนปานนั้น เกรงว่าค่าเดินทางไปสอบที่เมืองหลวงยังมิอาจหาได้ครบ”อิ้งจือเหอตอบเรียบง่าย “ข้าสามารถรับจ้างคัดคัมภีร์ สะสมเงินไปทีละน้อย ไม่นานก็ย่อมเพียงพอสำหรับการเข้าสอบที่เมืองหลวง”หลี่จิงชิวส่ายหน้า พลางส่งเสียงจึ๊ในลำคอ “เฮอะ! คัดคัมภีร์ได้เงินสักเท่าไหร่กัน คัดจนมือหักก็ยังมิพอค่าเดินทางเข้าสอบหรอก”อิ้งจือเหอเพียงนิ่งเงียบ ไม่โต้เถียงสักคำ หลี่จิงชิวก็ดูเหมือนจะรู้ตัวว่าเผลอพูดจาเสียดแทงไปหน่อย จึงเอ่ยแก้“ข้าพูดมิใช่เพราะดูแคลนเจ้า เพียงแต่อยากรู้ว่าเจ้าจะทำอย่างไรต่อไป”อิ้งจือเหอเพียงพยักหน้าเบาๆ “ข้ารู้”นางกลับยิ่งรู้สึกผิดแปลกๆ ราวกับตนเผลอทำให้เขาหมดกำลังใจ จึงรีบเปลี่ยนเรื่อง “ข้าเห็นเจ้ามักอ่านคัมภีร์จนดึกดื่น ทั้งมิได้จุดโคม ไม่กลัวสายตาจะเสียหรือ?”เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย “เจ้ารู้ได้อย่างไร ว่าข้าดึกดื่นยังอ่านหนังสือ ทั้งมิได้จุดโคม?”หลี่จิงช