ไปได้ไม่กี่ก้าวก็วกกลับมา “คืนนี้เจ้ามิลองมาอ่านหนังสือที่ร้านข้าหรือ? ว่างๆ ก็ช่วยข้ายกของบ้างก็พอนอกนั้นไม่ต้องทำอะไร ร้านข้ายามค่ำคืนไม่ค่อยมีแขกนัก เงียบสงบ ไม่น่าจะรบกวนเจ้าอ่านหนังสือ”เพราะแม้กลางคืนร้านจะเงียบ แต่หากมีแขกสักเล็กน้อยก็นับว่าดี บิดามารดาจึงให้หลี่จิงชิวอยู่เฝ้าร้านเอง เพราะนางทั้งแข็งแรง ทั้งไม่กลัวอันตราย ยามค่ำคืนย่อมรับมือได้เปิดร้านก็ต้องจุดตะเกียงไว้ นั่นหมายถึงอิ้งจือเหอจะได้มีแสงอ่านคัมภีร์ด้วย อิ้งจือเหอได้ฟังดังนั้น ใจหนึ่งก็หวั่นไหว แต่ครุ่นคิดถึงความบาดหมางของสองครอบครัว จึงยังอึกอักลังเลหลี่จิงชิวจึงเร่ง “ได้หรือไม่เล่า?”นางแท้จริงมีแผนเล็กๆ อยากได้คนช่วยทำงานบ้าง “แต่เจ้าต้องช่วยข้ายกของบ้างเท่านั้น อีกทั้ง…ห้ามให้ท่านพ่อท่านแม่เราสองฝ่ายรู้เรื่องนี้ จะถือว่าเป็นความลับของเรา หากถูกพบก็แค่บอกว่ามาซื้อของก็แล้วกัน”อิ้งจือเหอโค้งคำนับอย่างนอบน้อม “พี่หญิงจิงชิว…ข้าขอบคุณเจ้าจากใจจริง”หลี่จิงชิวไม่เคยถูกผู้ใดคำนับถึงเพียงนี้มาก่อน พลันไม่รู้จะทำอย่างไรดี สุดท้ายเพียงทำทีเป็นยกมือปัด “เอาเถิดๆจะเกรงใจไปทำไมเล่า ไหนๆ เราก็เป็นเพื่อนบ้านกันแล้ว คืนนี้เจ้าอย่าลืมมาล่ะ!”นับแต่นั้นเขาเรียกนางว่าพี่หญิงจิงชิวถึงสองปีเต็ม ใช้แสงจากตะเกียงร้านค้าของนางอ่านหนังสือ โดยไม่เคยมีผู้ใดจับได้ ด้วยความหัวไวและปฏิภาณของเขากระทั่งวันหนึ่งบิดาหลี่จิงชิวมีโชควาสนา พลิกตั