วจากพ่อค้ารายย่อยกลายเป็นพ่อค้าผู้มั่งคั่ง ครอบครัวจึงย้ายเรือนไปที่ใหม่ และนางกับอิ้งจือเหอก็มิได้พบกันอีกเลย ภายหลังแม้จะได้ยินกิตติศัพท์ว่าเขาสอบได้เป็นขุนนางและมีชื่อเสียงดีงาม แต่นางเองก็แต่งเข้าสกุลหลินแล้ว มิได้คิดไปพบสหายเก่าให้คนติฉินนินทาว่า “ประจบสอพลอ” ต่างฝ่ายก็เป็นเพียงผู้ผ่านเข้ามาในชีวิตกันเท่านั้นเมื่อเล่าจบความหลัง หลี่จิงชิวก็หันมาด่าหลินถิงเสียยาวเหยียด ว่าทำไมมิได้บอกเรื่องเดินทางกับต้วนหลิงไปอันเฉิง ให้นางรู้เอาเองภายหลังจากผู้อื่น จนเขียนด่าไปหลายหน้า จนท้ายที่สุดนางจึงกำชับให้หลินถิงรีบกลับเมืองหลวงโดยเร็ว ทั้งยังฝากให้ทักทายต้วนหลิงแทนตนด้วยหลินถิงอ่านจบรวดเดียว พลางยัดจดหมายคืนให้ต้วนหลิง “มารดาของข้ารู้จักอิ้งจือเหอ” จึงเริ่มขบคิดว่า…หากเช่นนั้น คนที่ใช้สมญานามว่าต้าเสวี่ยหนี คอยส่งคนเฝ้ามองพวกนาง ไม่ใช่เพื่อทำร้าย แต่เพราะห่วงใยมารดาของตน?หากเป็นเพียงการรู้จักกัน ไยเขาต้องลงแรงถึงเพียงนี้กันเล่า? หลินถิงยังคงไม่เข้าใจนักต้วนหลิงอ่านจดหมายรวดเร็วกว่านาง พลิกจนถึงหน้าสุดท้าย พลางเอ่ยเรียบๆ ว่า “แล้วเจ้าคิดจะทำอย่างไร?”หลินถิงยักไหล่ “คนที่รู้จักคือมารดาของข้า หาใช่ตัวข้าไม่ ข้ากับเขามิได้มีความเกี่ยวข้องใดๆ จึงไม่จำต้องทำสิ่งใด”สิ่งที่นางอยากรู้จริงๆ คือ เหตุใดต้าเสวี่ยหนีต้องให้คนติดตามพวกนาง และเขาใช่อิ้งจือเหอแน่หรือไม่ ทั้งหมดล้วนเพราะนางกังวลว่ามารดาจ