้ดั้นด้นมาถึงอันเฉิงโดยไม่บอกกล่าวสักคำ?”ยังกล้าออกมาเพียงกับบ่าวคนเดียว หากไม่บังเอิญพบองค์หญิงกลางทาง จะรู้หรือไม่ว่ามีภัยแค่ไหน! หรือว่าเพราะยังตัดใจจากเซี่ยจื่อม่อไม่ได้ จึงกล้าเสี่ยงออกมา?คิดถึงเพียงเท่านี้ หลินถิงก็แทบจะอัดอั้นจนอยากสำลักเลือด นางรู้จักต้วนซินหนิงมาหลายปี ยังไม่เคยเห็นอีกฝ่ายบ้าบิ่นถึงเพียงนี้ หลินถิงหมุนรอบตัวนางหนึ่งรอบ เมื่อเห็นว่ามิได้มีรอยกระแทกกระทั้นใดจึงค่อยวางใจลงองค์หญิงยิ้มบางพลางเอ่ยขึ้น “เช่นนั้น ข้าจะไม่รบกวนการพบปะของพวกเจ้าแล้ว หากมีวาสนาคงได้เจอกันอีก”นางกวักเรียกเหล่าคนติดตาม กลับขึ้นเกวียนภายใต้การประคองของบุรุษหนุ่ม แล้วออกเดินทางต่อ นางคิดเพียงไปพบรัชทายาท เพื่อเยี่ยมเยียนพี่ชายผู้บาดเจ็บหลินถิงคารวะองค์หญิงด้วยความขอบคุณ ก่อนหันกลับมาพาต้วนซินหนิงเข้าจวน จือหลันเห็นหลินถิงจูงนายสาวเดินเร็ว จึงรีบร้อนท้วงขึ้น “คุณหนูเจ็ด…ฮูหยินรอง โปรดเดินช้าลงหน่อยเถิด คุณหนูสามร่างกายไม่แข็งแรงนัก เดินเร็วไปจะไม่ไหว”หลินถิงจึงผ่อนฝีเท้า หันกลับไปมองหน้าซีดเซียวของต้วนซินหนิง “เจ้าร่างกายไม่สบายหรือ? …ก็น่าอยู่ ที่ต้องเดินทางติดต่อกันหลายวัน”ไม่ทันขาดคำ ต้วนซินหนิงกลับร่ำไห้ออกมา น้ำตาร่วงเผาะพลางเอ่ยเสียงสะอื้น “เล่ออวิ๋น…ข้าตั้งครรภ์แล้ว”คำพูดนั้นประหนึ่งฟ้าผ่าลงกลางกระหม่อม หลินถิงถึงกับยืนตะลึง “เจ้า…เจ้าว่าอะไรนะ? เจ้าตั้งครรภ์หรือ? แต่ก่อนหน้านี้เร