าไปหาหมอแล้วมิใช่หรือ! หมอผู้นั้นยังพูดเองว่าเจ้ามีเพียงเลือดลมอ่อนแอ หาใช่มีครรภ์ไม่!”ใช่สิ-หมอคนนั้นยังอวดอ้างว่าตนรักษาคนมาหลายสิบปีไม่เคยวินิจฉัยผิด ที่แท้ก็เป็นเพียง… หมอเถื่อน!ต้วนซินหนิงเช็ดน้ำตา พลางสั่นเสียงตอบ “ข้าเองก็ไม่รู้เช่นกัน จนภายหลังไปหาหมออีกหลายคน ทุกคนล้วนบอกว่าข้าตั้งครรภ์”สายตาหลินถิงกวาดมองเอวที่ยังไม่ปรากฏความเปลี่ยนแปลงของนาง “เช่นนั้นเจ้าดั้นด้นมาที่อันเฉิงเพื่อจะไปหาคุณชายสกุลเซี่ยนั่นรึ?”ต้วนซินหนิงกลับส่ายหน้าอย่างอ่อนแรง “ไม่ใช่ ข้ามาหาเจ้า… ข้าไม่รู้ควรทำเช่นไร หากท่านพ่อท่านแม่รู้เข้าคงมิอาจรับได้ ข้าจึงนึกถึงเจ้าเพียงคนเดียว”เรื่องนี้ช่างยุ่งยากยิ่งนัก หลินถิงคิดหาทางไม่ออก ก็เพราะเซี่ยจื่อม่อบัดนี้เป็นคนทรยศสมคบคิดกับศัตรูแล้ว หากให้สกุลต้วนล่วงรู้ ความลำบากจะตามมามากเพียงใดเล่านางจูงต้วนซินหนิงเข้าห้อง ปิดประตูแน่นหนา “แล้วเจ้าหลอกล่อครอบครัวออกมาได้อย่างไร?” หากพวกเขาล่วงรู้ ก็คงรีบส่งข่าวถึงต้วนหลิงไปแล้วต้วนซินหนิงเสียงเบาหวิว “ข้าบอกว่าต้องการไปวัดนอกเมืองเพื่อกินเจ สวดมนต์ภาวนาให้พี่รองครึ่งเดือน ข้าไม่อยากให้คนตามไปมากจึงพาจือหลันมาเพียงผู้เดียว… ข้าแทบไม่เคยโกหกพวกท่านเลยสักครั้งเดียว จึงมิถูกสงสัย”หลินถิงถึงกับเงียบงัน… บุตรสาวผู้เรียบร้อย เมื่อยอมเอ่ยปดขึ้นมา กลับไร้ช่องโหว่สิ้นเชิง นางวางมือบนเอวอีกฝ่ายเบาๆ “ได้กี่เดือนแล้ว?”“สองเดือนแ