“ผู้ตรวจการเคยได้ยินชื่ออิ้งจือเหอหรือไม่?”ต้าเสวี่ยหนียังทำทีสงบ ดวงตาไม่ไหวเอน ตอบกลับอย่างเฉียบคม “ได้ยินแล้วจะเป็นเช่นไร ไม่เคยได้ยินแล้วจะเป็นเช่นไร หรือว่าเป็นฝ่าบาทที่ให้ท่านสืบหาบุคคลผู้นี้?”ต้วนหลิงส่ายหน้าเล็กน้อย “มิใช่รับพระบัญชา แต่เป็นตัวข้าเองที่อยากสืบหา”ต้าเสวี่ยหนีกวาดมือไปตามเตาอุ่นมือ ไออุ่นยังไม่ซึมซาบถึงฝ่ามือ น้ำเสียงยังคงราบเรียบไม่ต่างจากเดิม“ข้าเองก็เคยได้ยินข่าว ว่าเขาคือคนที่หายตัวไปหลายปีแล้วเท่านั้น แต่เหตุใดท่านต้วนจึงอยากสืบหาเขาเล่า?อิ้งจือเหอมีส่วนเกี่ยวข้องกับอันเฉิงหรือ?”ในใต้หล้า แม้จะมีเพียงไม่กี่คนที่เคยได้ยินชื่ออิ้งจือเหอ แต่ใช่ว่าจะไม่มีเลย โดยเฉพาะขุนนางผู้มากประสบการณ์ในราชสำนัก ย่อมเคยได้ยินอยู่บ้าง หาใช่เรื่องน่าแปลก หลินถิงเองก็จับจ้องสีหน้าของต้าเสวี่ยหนีอยู่ แต่สิ่งที่เห็นกลับยังคงเย็นชืด มองไม่ออกว่ามีคลื่นใต้น้ำใดหรือไม่ต้วนหลิงเอ่ยสั้นๆ แต่ชัดเจน “อิ้งจือเหอเกี่ยวข้องกับอันเฉิงหรือไม่ ข้าเองก็ยังไม่รู้ ข้าอยากตามหาก็เพราะ คนผู้นี้ทำให้ข้าอยากรู้ยิ่งนัก”ต้าเสวี่ยหนียักไหล่ คล้ายไม่ใส่ใจนักต่อชื่ออิ้งจือเหอ “เรื่องของอิ้งจือเหอ ข้ารู้น้อยนัก เพียงเคยได้ยินชื่อผ่านหูเท่านั้น หากท่านผู้ตรวจการต้วนอยากสืบหา เกรงว่าข้าคงช่วยมิได้”เขามิได้อยู่ต่อ เดินจากไปทันที หลินถิงพลันเกิดความกังวล “ท่านพูดจาเช่นนั้นตรงๆ ต่อหน้าเขา เกรงว่าจะเป็นการตื