สังหารปิดปากเราทั้งคู่เล่า จะทำอย่างไร?”ต้วนหลิงเมื่อได้ยินคำว่า “เรา” ที่นางเอ่ยออกมา ดวงตาก็ทอดยิ้มบาง “ก็ต้องดูเสียก่อน…ว่าเขามีปัญญาฆ่าได้หรือไม่”ทันใดนั้น เสียงขององครักษ์เสื้อแพรดังมาจากนอกเรือน “ท่านรองผู้บัญชาการ รัชทายาทมีรับสั่งให้เชิญท่านไปพบขอรับ”หลินถิงรีบตั้งใจฟัง นางรู้อยู่ว่าจินอันไจ้หลังการลอบสังหารครั้งก่อนบาดเจ็บหนัก กระทั่งทุกวันนี้ยังลุกจากเตียงมิได้ ส่วนรัชทายาทเองก็บาดเจ็บเช่นกัน แม้ไม่ถึงตาย แต่ก็ใช่ว่าจะเบา ช่วงหลายวันมานี้แทบไม่พบผู้ใด เหตุใดวันนี้ถึงให้คนมาเชิญต้วนหลิงออกไปพบ?ต้วนหลิงถามสิ่งที่หลินถิงอยากรู้พอดี “คนของรัชทายาทได้บอกหรือไม่ ว่ามีธุระอันใด?”องครักษ์เสื้อแพรค้อมตัว “หาได้บอกไม่”ต้วนหลิงเพียงครางรับเบาๆ แล้วเตรียมก้าวออกไปพร้อมองครักษ์เสื้อแพร ทว่ายามนั้นเอง หลินถิงกลับยกมือคว้าแขนเขาไว้โดยไม่ทันคิด “ท่านยังมิได้ทานอาหาร จะไปทั้งท้องว่างเช่นนี้หรือ? กินให้อิ่มแล้วค่อยไปเถิด”แท้จริงแล้ว คนของรัชทายาทก็ไม่ได้กล่าวว่าต้องรีบรุดไปในบัดดล เพียงขอให้ไปพบเท่านั้น ชักช้าเสียสองเค่อก็มิใช่เรื่องใหญ่ หลินถิงหิวเพียงเล็กน้อยก็แทบทนไม่ไหวแล้ว แต่ต้วนหลิงกลับอดกลั้นไม่กินอยู่ร่ำไป นางเกรงว่ากระเพาะจะพังเสียก่อน ยังไม่รวมกับอาการเจ็บป่วยที่เขามีอยู่เดิมต้วนหลิงเห็นมือเล็กที่ดึงรั้งเขาไว้ จึงยอมพยักหน้า สุดท้ายอยู่รับประทานอาหารร่วมกับนางก่อน จึงค่อยไปพบรัช